|
|||
| ภาษาอังกฤษ หน้าแรก เศรษฐกิจพอเพียง ธรรมะพอเพียง การเมือง บันเทิง กีฬา ท้องถิ่น ทำมาหากิน มหาเนชั่นบล็อก |
|
คลิปAvatar(อวตาร)ของคาเมรอนฮินดูยิ้มคริสต์ฉุนพุทธนิ่ง
เปิดฉายมานานหนึ่งเดือนแล้วสำหรับหนังเรื่อง Avatar หรือ อวตาร ซึ่งเป็นหนังแนวแอนิเมชั่น 3 มิติหรือ 3 D โดยผู้กำกับชื่อดัง เจมส์ คาเมรอน ที่ประสบความสำเร็จแบบถล่มทลายจากหนังเรื่อง Titanic ด้วยทุนสร้างสูงเป็นประวัติการณ์ถึง $237 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ทำให้ Avatar หรือ อวตาร กลายไปหนังที่แพงที่สุดในโลกหนัง Avatar หรือ อวตาร เป็นเรื่องราวของ เจค อดีตนาวิกโยธินหนุ่มที่เป็นอัมพาตครึ่งตัว ที่ถูกเรียกมาปฎิบัติหน้าที่ในภารกิจพิเศษที่จะต้องเปลี่ยนร่างกายของเขา (อวตาร) ให้กลายเป็นชาวมนุษย์ต่างดาวที่อาศัยอยู่ที่ดาวแพนดอร่า โดยเจค ต้องเข้าไปสอดแนมในกลุ่มของนาวี เพื่อนำทางให้มนุษย์เข้าไปตักตวงแร่อันมีค่าของที่นั่น แต่ยิ่งเจค ได้สัมผัสชีวิตบนดาว แพนดอร่า มากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งหลงใหลในความงามของที่นี่มากขึ้นเท่านั้น ท้ายที่สุดเขาต้องเลือกระหว่างภารกิจที่เขาได้รับมอบหมายจากโลกและความรักความผูกพันที่มีต่อชาวนาวี ในสงครามที่มีอนาคตของโลกมนุษย์เป็นเดิมพัน หลังจากหนัง Avatar หรือ อวตาร ออกมาฉาย บวกกับพลังเครือข่ายชุมชนออนไลน์ (Social Network) ต่างๆ อย่าง twitter หรือ facebook share จากเว็บไซต์ www.avatarmovie.com ส่งผลให้เป็นหนังที่กำลังทำรายได้สูงสุดอยู่ในขณะนี้ ทะลุหลัก 1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ก้าวขึ้นมาสู่อันดับ 2 ในบรรดาหนังทำเงินทั่วโลกสูงสุดไปแล้ว และการประกาศผลรางวัลโกลเด้น โกล้บ หรือ ลูกโลกทองคำ ครั้งที่ 67 ประจำปี 2010 ซึ่งจัดที่โรงแรมเบเวอร์ลีย์ ฮิลตัน สหรัฐอเมริกาคืนวันที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2553 เจมส์ คาเมรอน ได้ก็รับรางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยม และหนัง Avatar หรือ อวตาร ได้รับรางวัลหนังยอดเยี่ยมไปครอบตามคาด แม้นว่าหนัง Avatar หรือ อวตาร จะสร้างรายได้มหาศาล แต่ก็มีผลกระทบที่ตามมา เว็บไซท์หนังสือพิมพ์เดลี่เมล รายงานว่า บรรดาแฟนหนัง Avatar หรือ อวตาร กำลังแยกไม่ออกระหว่างชีวิตจริงกับเรื่องที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้น โดยระบายตามกระทู้ในอินเตอร์เน็ตอย่างท่วมท้นไปด้วยข้อความที่ระบายความเครียดหรือความรู้สึกอยากฆ่าตัวตาย เพราะไม่อาจไปยังดินแดน " แพนดอร่า " ที่ถูกสมมติขึ้นในภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ ดังนั้นหนัง Avatar หรือ อวตารจึงมีเสียงทั้งชื่นชมและวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง อย่าง อีโว โมราเลส ประธานาธิบดีสังคมนิยมของโบลิเวีย ชมหนังว่า ได้ส่งสัญญาณอันลึกซึ้งถึงการพิทักษ์สภาพแวดล้อมจากการแสวงประโยชน์ "สะท้อนถึงการต่อต้านทุนนิยม และดิ้นรนต่อสู้เพื่อปกป้องธรรมชาติ"
แต่ตรงกันข้ามสื่อของสำนักวาติกัน กระบอกเสียงของศูนย์กลางคาทอลิก กลับออกมาวิพากษ์ทั้งในแง่การนำเสนอและเนื้อหา ว่า ไม่มีอะไรอยู่ข้างหลังภาพที่แปลกใหม่ยังจมปลักอยู่กับความคิดบูชาธรรมชาติ โดยแม้จะยกย่องเทคนิคของหนังว่าพิเศษสุดยากจะหาใดเทียบก็ตาม หรือแม้สาธุคุณเฟเดอริโก ลอมบาร์ดี โฆษกสำนักวาติกัน จะกล่าวว่า เป็นเพียงความเห็นของนักวิจารณ์ แต่บทวิจารณ์เหล่านี้ก็สะท้อนทัศนะของโป๊ปเบเนดิกต์ที่ 1 ซึ่งกล่าวไว้ก่อนหน้านี้ เตือนภยันตรายถึงการปกป้องธรรมชาติไม่ลืมหูลืมตาจนกลายเป็น "พระเจ้าองค์ใหม่" โป๊ปมักจะพูดถึงความจำเป็นที่ต้องอนุรักษ์ธรรมชาติและสภาพแวดล้อม จนได้นิคเนมว่า "green pope" แต่พระองค์ก็มักถ่วงดุลโดยกล่าวเตือนอีกด้านว่า อย่าเป็นพวกธรรมชาตินิยมจนกลายเป็นลัทธินอกรีตใหม่ ที่ทึกทักเอาว่ามนุษยชาติกับสรรพสิ่งในโลกมีความสำคัญเสมอภาคกัน อย่าเป็นพวกบูชาธรรมชาติเบ็ดเสร็จ จนกระทั่งเห็นว่าสำคัญกว่าตัวมนุษย์ ในสหรัฐอเมริกา Avatar หรือ อวตาร ก็ไม่เป็นที่พอใจของพวก "ฝ่ายขวา" ดังที่บล็อกของแอลเอไทม์กล่าวว่า พวกฝ่ายขวาไม่พอใจที่คาเมรอนสะท้อนปัญหาปัจจุบันในเรื่องของลัทธิจักรวรรดินิยมใหม่ ความโลภและความไม่รับผิดชอบของบรรษัทข้ามชาติ กระทั่งไม่ใส่ใจสภาพสิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกันทางฝ่ายฮินดูก็คงจะยิ้มไม่น้อยที่มีหนังลักษณะเช่นนี้ออกมา เพราะสอดคล้องกับแนวความเชื่อของชาวฮินดู เพราะ อวตาร (-ตาน หรือ -ตาระ) คือการแบ่งภาคมาเกิดบนโลกมนุษย์ตามความเชื่อของศาสนาฮินดู โดยเทพแบ่งพลังงานส่วนหนึ่งลงมาเกิดเป็นมนุษย์หรือสัตว์ เพื่อทำหน้าที่อย่างหนึ่งอย่างใด ในลัทธิไวษณพนิกาย ถือว่าเมื่อศีลธรรมของมนุษย์เสื่อมลง จนเกิดความเดือดร้อนไปทั่ว พระนารายณ์จะอวตารลงมาปราบยุคเข็ญ คัมภีร์ปุราณะของศาสนาฮินดูกล่าวถึงอวตารของพระนารายณ์หรือวิษณุเทพเป็นหนึ่งในสามเทพที่สูงสุด ในรูปแบบต่างๆ จำนวนสิบปางคือ มัตสยาอวตารคืออวตารเป็นปลา กูรมาอวตาร-เต่า วราหอวตาร -หมูป่า นรสิงห์อวตาร-ครึ่งมนุษย์ครึ่งสิงห์ วามนาอวตาร-คนแคระ ปรศุรามอวตาร-นักบวชที่ถืออาวุธ รามาอวตาร-พระราม กฤษณะอวตาร-พระกฤษณะผู้ทรงประทานภัควัตคีตาให้กับชาวโลก พุทธอวตาร-สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ทรงชี้นำทางแห่งอหิงสา และกัลกิอวตาร อัศวินขี่ม้าขาวจะอวตารมาในอีกประมาณ 2500 ปี ขณะเดียวกันคัมภีร์พระเวทได้กล่าวถึงการอวตารของพระนารายณ์มากถึง 24 อวตาร และมีการสร้างเป็นการภาพยนตร์การ์ตูนเผยแพร่ในประเทศไทยด้วย แต่ก็มีจุดที่แตกต่างกันระหว่างหนัง Avatar หรือ อวตาร กับคำว่า อวตาร ตามความเชื่อของชาวฮินดู ก็คือว่า หนัง Avatar หรือ อวตาร เป็นการเปลี่ยนร่างจากคนไปเป็นมนุษย์ต่างดาว หรือจากโลกไปสู่นอกโลก ขณะที่ความเชื่อของฮินดูเป็นการอวตารจากนอกโลกมาสู่โลก ส่วนทางด้านพุทธศาสนาที่ได้รับผลกระทบจากการอวตารมาตั้งแต่อดีต ด้วยกลวิธีของศาสนาฮินดูที่ต้องการที่จะกลืนชาวอินเดียที่นับถือพระพุทธศาสนากลับคืน จึงได้นำเอาพระพุทธเจ้ามาผนวกเป็นอวตารส่วนหนึ่งของพระพระนารายณ์ และในที่สุดพระพุทธศาสนาสูญจากประเทศอินเดีย เพิ่งจะมีการรื้อฟื้นภายหลัง ทีนี้มาดูทางประเทศไทยชาวพุทธบ้าง เมื่อหนัง Avatar หรือ อวตาร ออกมาฉายไม่มีความเห็นออกมาเลยเงียบมากๆ หรือเป็นเพราะคนส่วนใหญ่ไม่ความหมายในเชิงลึกเป็นอย่างไร สนใจแต่เพียงความหมายของภาษาเท่านั้นประกอบกับได้มีการนำคำว่า "อวตาร"าตั้งชื่อ อย่างเช่นโรงแรมอวตาร มิราเคิล อุทัยธานี หรือมีการนำมาใช้ประกอบกับเกมธรรมะออนไลน์ของกระวัฒนธรรมภายใต้การนำของนายธีระ สลักเพชร รมว.วัฒนธรรม (วธ.) นายธีระแถลงข่าวเปิดตัว เกมธรรมะออนไลน์ อวตาร (The Avatar) คุณธรรมในโลกเสมือนจริง (Online : Cyber Ethic-Games World) เมื่อวันที่ 9 เม.ย.2552 เพื่อแก้ปัญหาเด็กติดเกม รวมทั้งส่งเสริมให้เด็กได้เล่นเกมสร้างสรรค์ สามารถดาวน์โหลดเกมผ่านเว็บไซต์ www.khondee.org "เกมอวตารได้เป็นการจำลองสวนโมกขพลารามมาไว้ในเกม ซึ่งจะให้ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับ ศีล สมาธิ ปัญญา ความรู้ภาษาไทย การรู้จักคิดวิเคราะห์ เรียนรู้วิธีการตัดสินใจด้วยเหตุผล ซึ่งผู้เข้าไปเล่นเกม สามารถสร้างหน้าตาของตนเองให้เข้าไปอยู่ในเกม เที่ยวชมสถานที่ต่าง ๆ ในสวนโมกฯได้ รวมทั้งยังสามารถพูดคุยกับผู้เล่นอื่น ๆ ได้อีกด้วย อีกทั้งเกมนี้ยังได้พัฒนาให้เล่นได้เป็นทีมเพื่อเป็นการส่งเสริมให้ครอบครัว พ่อ แม่ ลูก ได้เรียนรู้ธรรมะร่วมกัน" รมว.วัฒนธรรม (วธ.) กล่าว หรือเป็นเพราะความเชื่อของชาวพุทธที่นับถือนิกายวัชรยาน ถือว่าพระพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์อวตารหรือแบ่งภาคได้เช่นเดียวกันเช่น อาทิพุทธะอวตารมาเป็นพระธยานิพุทธะ พระโพธิสัตว์อวตารเป็นยิดัม นอกจากนี้ชาวพุทธในทิเบตเชื่อว่า ทะไล ลามะ เป็นอวตารของพระอวโลกิเตศวรและปันเชน ลามะเป็นอวตารของพระอมิตาภะพุทธะ เป็นต้น จึงทำให้ไม่รู้สึกอะไรกับหนัง Avatar หรือ อวตาร ออกมาฉาย ปัญหาก็อยู่ที่ว่าจะรู้ความเป็นจริงของกระแสหนัง Avatar หรือ อวตาร อย่างถ่องแท้มากน้อยเพียงใด หากไม่มีความรู้หรือปัญญหาประกอบแล้วอาจจะกลายเป็นความหลงไปได้ สำราญ สมพงษ์ รายงานวันที่ 17 มกราคม พ.ศ.2553
|
|