MHANATION.NET


Google
 
ภาษาอังกฤษ หน้าแรก เศรษฐกิจพอเพียง ธรรมะพอเพียง การเมือง บันเทิง กีฬา ท้องถิ่น ทำมาหากิน มหาเนชั่นบล็อก

มจรจัดค้นเทคนิคประยุกต์พุทธธรรมแก้วิกฤติโลก

มนุษยชาติกำลังเผชิญหน้ากับวิกฤติการณ์ในมิติต่างๆเช่น ด้านสังคม เศรษฐกิจ การเมือง และการศึกษา แม้ว่านักวิชาการในศาสตร์ต่างๆ ซึ่งมีความใส่ใจต่อความอยู่รอดของมนุษยชาติจะร่วมกันนำเสนอ "ทางออกจากกับดักวิกฤติการณ์" แต่ขณะเดียวกัน คำถามมีว่า"เครื่องมือเหล่านั้นเพียงพอ หรือสอดคล้องกับวิกฤติการณ์ในสถานการณ์ปัจจุบันมากน้อยเพียงใด" ข้างต้นนี้เป็นเนื้อหาส่วนหนึ่งของคำนำในหนังสือเรื่อง"พระพุทธศาสนากับการฟื้นตัวจากวิกฤติการณ์" ที่รวบรวมบทความประชุมวิชาการทางพระพุทธศาสนานานาชาติ ครั้งที่ 7 เนื่องในวันวิสาขบูชา วันสำคัญสากลของโลก เดือนพฤษภาคม พ.ศ.2553 ในประเทศไทย ที่ดำเนินการโดยมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร) ซึ่งมีบทความที่ประยุกต์พุทธธรรมแก้วิกฤติความขัดแย้งที่เกิดขึ้นโลกอยู่หลายเรื่องด้วยกัน

แต่หลังจากวันวิสาขบูชาปี 2553 ผ่านมาจนกระทั้งใกล้จะเวียนมาบรรจบครบอีกปีหนึ่งแล้วในวันที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ.2554 นี้ แต่สถานการณ์โลกในปัจจุบันนี้ก็ยังคงสภาวะวิกฤติอยู่เช่นเดิมและดูจะทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ประเทศอาหรับแถบเอเชียตะวันออกประชาชนทั่วไปชุมนุมประท้วงเรียกร้องให้ผู้นำประเทศลาออกแล้วปฏิรูปการเมืองการปกครองใหม่ เริ่มตั้งแต่อียิปต์ ตูนีเซีย จนมาถึงลิเบียภายใต้การปกครองของพันเอกโมอัมมาร์ กัดดาฟี่ สภาพโลกร้อน แผ่นดินไหว หิมะตกแบบไม่เคยเกิดขึ้นหลายร้อยปีก็ปรากฏให้เห็น

ขณะเดียวกันภายในประเทศไทยแม้นว่าสถานการณ์ชุมนุมประท้วงรัฐบาลของกลุ่มคนเสื้อแดงจะทุเลาลงไปบ้างแล้วล่าสุดมีการปล่อยตัวแกนนำ นปช. แต่กลุ่มคนเสื้อเหลืองก็ออกมาชุมนุมประท้วงอีกในกรณีไทยพิพาทกับเขมรเกี่ยวกับการขึ้นทะเบียนมรดกโลกปราสาทเขาพระวิหารจนกระทั้งมีการปะทะกัน ภาพที่คนไทยตามแนวชายแดนแถบจังหวังหวัดศรีสะเกษหลายหมื่นคนต้องอพยพหนีภัยก็ปรากฏให้เห็น จะกระทั้งยูเอ็นและอาเซียนต้องเข้ามาไกล่เกลี่ย

อย่างไรก็ตามวิสาขบูชาปี 2554 นี้ทาง มจร ก็ได้รับมอบหมายจากมหาเถรสมาคมให้ดำเนินการจัดประชุมวิชาการทางพระพุทธศาสนานานาชาติ ครั้งที่ 8 ในวันที่ 12 – 14 พฤษภาคมนี้อีก และเพื่อเป็นการเตรียมการจัดประชุมดังกล่าว จึงได้เปิดโอกาสให้บุคลากรและนิสิตทั้งส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค ตลอดจนนักวิชาการทั่วไปได้ใจส่งบทความเพื่อนำเสนอในการประชุมวิชาการนานาชาติ วิสาขบูชาโลก”ในหัวข้อ “พุทธธรรมกับการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจ” โดยมีบุคคลนำเสนอเป็นจำนวนมาก

และเพื่อจะได้วางกำหนดวัตถุประสงค์โดยมุ่งเน้น “การแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องการเขียนบทความวิชาการ เพื่อพัฒนาให้เกิดความสมบูรณ์และนำเสนอในการประชุมวิชาการนานาชาติ วิสาขบูชาโลก” ทาง มจร จึงได้เชิญบุคลากร และนิสิตทั้งส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค ตลอดจนนักวิชาการทั่วไปที่สนใจส่งบทความ เข้าร่วมกิจกรรม “การอบรมเชิงปฏิบัติการการบูรณาการการจัดการความรู้บทความวิชาการนานาชาติ” ระหว่างวันที่ 27–28 กุมภาพันธ์ ที่ มจร ต.ลำไทร อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา

นอกจากนี้โครงการดังกล่าวยังบูรณาการโครงการงบประมาณ รวมถึงกิจกรรมให้ครอบคลุมทั้งเรื่องการสัมมนาทางวิชาการของนักศึกษาระดับดุษฎีบัณฑิต การพัฒนาบทความทางวิชาการจากงานวิจัย โดยใช้เทคนิคการจัดการความรู้มาเป็นเครื่องมือเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการสัมมนาทางวิชาการนานาชาติ วิสาขบูชาโลกครั้งที่ 8 นี้อีกด้วย

พิธีเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการได้เริ่มขึ้นในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ โดยผศ.ดร.พระมหาหรรษา ธมฺมหาโส รองอธิการบดี มจร ฝ่ายวิชาการแล้ว เป็นการเสวนาทางวิชาการ เรื่อง “พุทธธรรมกับการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจ” โดยมีวิทยากรประกอบด้วย ดร.พระครูดปลัดสัมพิพัฒนวิริยาจารย์ คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย มมร ศ.นพ.วันชัย วัฒนศัพท์ ผู้ทรงคุณวุฒิสถาบันพระปกเกล้า รศ.ดร.ภัทรพร สิริกาญจน อาจารย์จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผศ. ดร.ปาริชาด สุวรรณบุบผา อาจารย์จากมหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งดำเนินการเสวนาโดย น.ส.ศันสนีย์ นาคพงศ์ อดีตพิธีกรนักการเมืองที่ถูกเว้นวรรคแต่หันมาสนใจทางธรรม

พระครูปลัดสัมพิพัฒนวิริยาจารย์ ได้นำเสนอเรื่อง “ภาวะผู้นำเชิงพุทธกับการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจ” โดยแสดงลักษณะของผู้นำที่ดีต้องสามารถมอบหมายให้บุคคลอื่นทำในสิ่งที่ตัวเองต้องการได้ด้วยความเต็มใจ พร้อมกับนำเสนอหลักพุทธธรรมที่สามารถประยุกต์ให้กับการพัฒนาเศรษฐกิจคือต้องมีความเมตตาและประกอบด้วยปัญญา และสังคมก็จะต้องไม่มีความโลภเกินไป พร้อมกับให้เน้นความสำคัญของเศรษฐกิจพอเพียง

ศ.นพ.วันชัยได้นำเสนอแนวทางของการแก้ปัญหาความขัดแย้งโดยยกวิธีการสานเสวนาประยุกต์กับพุทธธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีที่ไทยขัดแย้งกับเขมรกรณีปราสาทเขาพระวิหาร ควรที่จะร่วมกันบริหารจัดการ พร้อมชี้ให้เห็นถึงพักตร์ของพระพรหมของปราสาทที่เขมรโดยเฉพาะที่ดวงตาและคิ้วจะมีลักษณะทางศิลปะจีนผสมอยู่ นับเป็นการประสานสัมพันธ์ศิลปะจีนและอินเดียอย่างลงตัว

ขณะที่รศ.ดร.ภัทรพรได้นำเสนอเรื่อง “พุทธิปัญญาเพื่อสังคมแห่งการตื่นรู้” และดร.ปาริชาด สุวรรณบุบผา ได้นำเสนอเรื่อง“พุทธธรรมกับการรักษา และการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม” โดยได้เสนอถึงวิธีการในการทำวิจัยและการเขียนบทความอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งดร.ปาริชาดได้เสนอว่าผลงานทางวิจัยหรือบทความนั้นจะต้องเป็นปัญญาเชิงปฏิบัติด้วย ส่วน น.ส.ศันสนีย์ นาคพงศ์ แม้นจะเป็นผู้ดำเนินรายการแต่ก็ได้นำเสนอแนวความคิดพื้นฐานของนักการเมืองไทยจะต้องตั้งอยู่บนหลักสัมมาวาจาด้วย

ภาคบ่ายเป็นการแยกกลุ่มเพื่อเสวนากลุ่มย่อย โดยแยกตามหัวข้อย่อยคือ เรื่อง “ภาวะผู้นำเชิงพุทธกับการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจ” “พุทธธรรมกับการสร้างสังคมปรองดอง” “พุทธิปัญญาเพื่อสังคมแห่งการตื่นรู้” “พุทธธรรมกับการรักษา และการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม” “การเขียนบทความทางวิชาการจากงานวิจัยโดยใช้กระบวนการจัดการความรู้” และเรื่อง “เทคนิคการพัฒนาบทความทางวิชาการสู่งานวิทยานิพนธ์” ส่วนวันที่ 28 กุมภาพันธ์ เป็นนำเสนอบทความทางวิชาการของแต่ละบุคคล

โดยเฉพาะเรื่อง“พุทธธรรมกับการสร้างสังคมปรองดอง” นั้นมีผศ.ดร.ปาริชาด เป็นวิทยากรนำ ซึ่งผู้ที่เข้าร่วมกลุ่มนี้ส่วนใหญ่เป็นันักศึกษาปริญญาเอกของ มจร เนื้อหาของการนำเสนอคงหนี้ไม่พ้นเกี่ยวกับสถานการการเมืองไทยปัจจุบันที่มีการเล่นกีฬาสีกัน และพระสงฆ์มีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้องอย่างไรและจะใช้พุทธธรรมในการเลิกเล่นกีฬาสีอย่างไร

แต่ผู้ที่เข้าร่วมกลุ่มนี้ที่น่าสนใจคือพระมณี ปภัสสโร (เนตรมณี) อายุ 72 ปีเป็นอดีตราชการครูที่เกษียณอายุราชการแล้ว เข้ามาบวชที่วัดในจังหวัดนนทบุรีเครือข่ายของหลวงพ่อปัญญา และได้เรียนจบปริญญาโทจากสถานบันราชภัฎแล้วได้มาเรียนต่อระดับปริญญาเอกที่ มจร โดยได้นำเสนอ เรื่อง "การสร้างสันติภาพในใจคน เพื่อความปรองดองของคนในชาติ"

ได้มีโอกาสสอบถามทำไมถึงสนใจศึกษาต่อทั้งๆที่อายุมากแล้ว ทำไมไม่อยู่วัดและสนใจด้านการปลุกเสกของขลังก็ได้รับคำตอบว่า "เพื่อต้องการพัฒนาสติปัญญาตัวเองและเพื่อมีโอกาสได้แนะนำให้บุคคลอื่นมาปัญญาตามบ้าง"

นอกจากนี้ยังมีพระนิสิตปริญญาเอก มจร ชาวเขมรเข้าร่วมในกลุ่มนี้ด้วย โดยเป็นพระจำวัดอยู่ที่จังหวัดพระวิหาร ประเทศกัมพูชา ตรงข้ามกับจังหวัดศรีสะเกษ และเข้ามาเรียนที่ประเทศไทย 10 ปีแล้ว ด้วยการแนะนำของเจ้าอาวาสวัดในจังหวัดศรีสะเกษ และปัจจุบันมีพระชาวเขมรมากกว่า 100 รูปเข้ามาเรียนที่ มจร โดยนำเสนอเรื่องเกี่ยวกับความกตัญญูของเด็กในยุกต์ปัจจุบัน

แต่ก็ได้มีโอกาสสอบถามอ่านถึงความเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ปะทะไทยกับเขมร ก็ได้รับคำตอบว่า ต้องการให้ชาวไทยกับเขมรรวมถึงผู้นำมีความปรองดองกันเพราะถือว่าเป็นบ้านพี่เมืองน้อง และควรนำพุทธธรรมมาแก้ปัญหาความขัดแข้ง เพราะนายกรัฐมนตรีประเทศกัมพูชาเองก็เคยเป็นเด็กวัดมาก่อน

จากการเข้าสังเหตุการณ์การอบรมเชิงปฏิบัติการของ มจร ในครั้งนี้ ทำให้ทราบว่ายังมีพระส่วนหนึ่งพยายามที่จะประยุกต์พุทธธรรมเข้ามาแก้วิกฤติโลกในภาวการณ์ปัจจุบันมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างประเด็นการเมือง ทำให้ได้เห็นทางรอดของมนุษยชาติ นับเป็นสิ่งที่น่าอนุโมทนายิ่ง

สำราญ สมพงษ์ รายงานวันที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2554


Research Papers






กำไลไฮโซสแตนเลสฝังมุกลายสวยหลายแบบ


ภาษาอังกฤษ หน้าแรก เศรษฐกิจพอเพียง ธรรมะพอเพียง การเมือง บันเทิง กีฬา ท้องถิ่น ทำมาหากิน มหาเนชั่นบล็อก

copyright<#>off_38@hotmail.com<#>