MHANATION.NET


Google
 
ภาษาอังกฤษ หน้าแรก เศรษฐกิจพอเพียง ธรรมะพอเพียง การเมือง บันเทิง กีฬา ท้องถิ่น ทำมาหากิน มหาเนชั่นบล็อก

พระมอง''จาก IPhoneสู่ IฟังจากITสู่ Iธรรม''

พระมหาหรรษา ธมฺมหาโส,ผศ.ดร.ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิชาการมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร.) เสนอบทความเรื่อง''จาก IPhoneสู่ IฟังจากITสู่ Iธรรม''ผ่านทางเว็บไซต์ มจร.ความว่า

ผู้เขียนได้อ่านภาพข่าว และพบว่าประชาชนจำนวนมากกำลังยืนเข้าแถวเพื่อรอซื้อ IPhone รุ่น ๔ สิ่งที่บังเกิดขึ้นในใจคือความชื่นชมว่า (๑) คนไทยยุคปัจจุบันนี้ นิยมใช้ IT เป็นเครื่องมือในการสื่อสารกันแพร่หลายมากยิ่งขึ้นแม้ว่าเราจะยังไม่มีระบบ ๓G ก็ตาม (๒) บริษัทนี้มีความสามารถในการทำการตลาดในแง่ของการผลิตสินค้า และการส่งเสริมการขายได้อย่างน่าประทับใจ และควรค่าแก่การศึกษาและเรียนรู้อย่างยิ่ง

อย่างไรก็ดี ข้อสังเกตที่ผู้เขียนเห็นอยู่เนืองๆ และนับวันจะชัดเจนมากยิ่งขึ้นในสังคมไทยปัจจุบันคือ ความขัดกันระหว่าง "IPhone กับ Iฟัง" หลายครั้งที่เราใช้ IPhone เรามักจะสูญเสียศักยภาพในการใช้ "Iฟัง" เพราะเราถนัดและสนใจที่จะพูด จะเล่น และทุ่มเทเวลาส่วนใหญ่ในชีวิตของเราให้แก่ "IPhone" แต่เราไม่ค่อยสนใจ และใส่ใจที่จะฟังผู้อื่นด้วยหัวใจที่ลึกซึ้ง สรุปคือ เราไม่ได้ทำหน้าที่ของความเป็นนัก "Iฟัง" ที่ดี

เมื่อใดขาด "Iฟัง" คนข้างเคียงของเราก็จะพลันมลายหายไปจากชีวิตของเราทีละคนสองคน เพื่อนหาย คนรักหาย ลูกหาย ภรรยา และสามีหาย คำถามมีว่า "เพราะเหตุใด IT จึงไม่สามารถทำให้มนุษย์เข้าถึง "Iธรรม" และนับวัน IT ทำให้การสื่อสารของเรามีระยะห่าง และช่องว่างมากยิ่งขึ้น แทนที่จะทำให้สัมพันธภาพของเราใกล้ชิดกัน และใกล้ธรรม

ด้วยเหตุนี้ จึงนำไปสู่การตอบคำถามสำคัญที่ว่า "เราจะนำ IT ไปรับใช้ Iธรรม" ได้อย่างไรในสถานการณ์ที่ชาวโลกและสังคมบางกลุ่มกำลังตกเป็น "ทาส" ของวัตถุนิยมโดยไร้ขอบเขต และขาดสติในการพิจารณาถึงคุณค่าแท้ของ IT จะเห็นว่า "การสร้างยักษ์ IT ขึ้นมาเพื่อรับใช้มนุษย์นั้นนับเป็นสิ่งที่ยากยิ่ง แต่สิ่งที่ยากยิ่งกว่าคือ เราจะควบควบคุมเจ้ายักษ์ IT อย่างไร จึงจะไม่ตกเป็นทาส และเป็นเหยื่ออันโอชะของเจ้ายักษ์ IT ในที่สุด"

การทำ "I" ให้มี "ธรรม" จึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสม และสอดรับกับความเป็นไปของ "กระแสโลก" ซึ่งธรรมในบริบทนี้คือการที่แต่ละฝ่ายต้องตระหนักรู้ในข้อเท็จจริงที่ว่า

(๑) แท้ที่จริง IPhone หรือ IT หากมองในเชิงปรวิสัย สิ่งเหล่านี้ ไม่ได้มี "คุณค่าในตัวของมันเอง" หากแต่ "มนุษย์เป็นผู้ให้ค่าโดยการสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Added) ให้แก่สิ่งเหล่านี้" เพื่อนำสิ่งนี้มารับใช้มนุษย์ในฐานะเป็นเครื่องมือในการอำนวยความสะดวกให้แก่การดำเนินชีวิต ธุรกิจ หรือกิจกรรมอื่นใดที่ก่อให้เกิดคุณค่าแท้ต่อตัวมนุษย์เอง

(๒) มนุษย์เองในฐานะผู้บริโภค (Consumer) จะมีท่าทีและมุมมองต่อการเลือกที่จะใช้สิ่งเหล่านี้อย่างไร จึงจะไม่ทำให้มนุษย์ติดตันต่อนำสิ่งเหล่านี้มาสนองตอบความต้องการทั้งในแง่ของอารมณ์ (Emotion) เท่านั้น หากแต่มนุษย์เองต้องมี "สติปัญญา" ในการเลือกที่จะใช้แสวงหาคุณค่าแท้ในแง่ของการใช้งานเพื่อนำสิ่งเหล่านั้นมาเป็นเครื่องมือในการพัฒนาศักยภาพในการทำงาน (Fucntion) การอยู่ร่วมกับเพื่อน ครอบครัว และคนอื่นๆ ในสังคมได้อย่างมีความสุข

(๓) หน่วยงานหรือองค์กรทางธุรกิจต้องรับผิดชอบต่อความเป็นไปของสังคม (Corperate Social Responsibility) ในภาพรวมอย่างไร และ ทำอย่างไร การโฆษณา และการทำการตลาดจึงไม่เป็นไปเพื่อการนำเสนอแง่มุมที่ "ก่อให้เกิดการกระตุ้นความอยากอย่างไม่มีขีดจำกัดของผู้บริโภค" โดยมุ่งหวังยอดขาย และไม่ทำให้ผู้บริโภคได้ตระหนักรู้ถึงคุณค่าแท้ของการใช้งานจริงของสิ่งที่ตัวเองปรารถนาจะมี

ในความเป็นจริง การ "มีหรือเป็น" ตามกระแสของโลกมิได้เป็นประเด็นสำคัญมากเท่ากับการ "มีหรือเป็น" ที่อยู่บนฐานของ "ความสุข" "ความพอเพียง" "การใช้อย่างคุ้มค่า" และ "การมีสติปัญญารู้เท่าทันต่อสิ่งที่เรามีและเป็น" มิฉะนั้นแล้ว มนุษย์ในฐานะผู้บริโภคอาจจะต้องวิ่งวุ่นอยู่ตลอดเวลาเพื่อแสวงหา "ความสุข" ที่ต้องพึ่งพาสิ่งเสพภายนอกอย่างไร้ขอบเขตและไร้ขีดจำกัด โดยหลงลืมข้อเท็จจริงที่ว่า "ความสุขนั้นไซร้อยู่ใกล้แค่ใจเรา"

สำราญ สมพงษ์ รายงานวันที่ 04 พฤศจิกายน พ.ศ.2553


Research Papers






กำไลไฮโซสแตนเลสฝังมุกลายสวยหลายแบบ


ภาษาอังกฤษ หน้าแรก เศรษฐกิจพอเพียง ธรรมะพอเพียง การเมือง บันเทิง กีฬา ท้องถิ่น ทำมาหากิน มหาเนชั่นบล็อก

copyright<#>off_38@hotmail.com<#>