MHANATION.NET


Google
 
ภาษาอังกฤษ หน้าแรก เศรษฐกิจพอเพียง ธรรมะพอเพียง การเมือง บันเทิง กีฬา ท้องถิ่น ทำมาหากิน มหาเนชั่นบล็อก

CNNรำ(ลำ)เอียงมุมมองนศ.นิติมธ.วงเสวนาเรื่องสื่อ

วันที่ 5 มิ.ย.2553 ที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) นักศึกษาห้องเรียนสิทธิมนุษยชน คณะนิติศาสตร์ มธ. ได้จัดการเสวนาทางวิชาการเรื่อง "สื่อบิดเบือน?หรือกฎหมายบดบัง?สิทธิเสรีภาพกับข้อมูลข่าวสารภายใต้สถานการณ์การชุมนุมที่ผ่านมา" เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการประเมินผลการเรียนการสอน

การเสวนาครั้งนี้มีวิทยากรที่เป็นตัวแทนจากภาครัฐ ภาควิชาการ องค์กรอิสระ และตัวแทนสื่อมวลชน เข้าร่วมเสวนาประกอบด้วยนายประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์ นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย นางอมรา พงศาพิชญ์ ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) นายอิทธิพล ปรีดิประสค์ น.ส.สาวิตรี สุขศรี อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มธ. นางลัดดา ตั้งสุภาชัย ผ.อ.ศูนย์เฝ้าระวังทางวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม มีนักศึกษาให้ความสนใจเข้ารับฟังเป็นจำนวนมาก

วงการเสวนาได้วิพากษ์การประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินและการปฏิบัติหน้าที่ของสื่อ อย่าง น.ส.สาวิตรี บอกว่า รัฐปิดเว็บประชาไท แต่ไม่ปิดเว็ปผู้จัดการแสดงว่ามีสองมาตรฐานอยู่ สื่อสามารถเลือกข้างได้ แต่อย่าเป็นอีแอบบอกให้ประชาชนได้ทราบ ขณะที่นางลัดดาตั้งข้อสังเกตุว่า คนไทยเหมือนลูกแกะที่ถูกจูงไปจูงมา สื่อมวลชนควรจะมีการออกใบประกอบวิชาชีพเหมือนแพทย์ พยาบาล

ประธาน กสม.เห็นว่า ไม่ว่าจะเป็นพ.ร.บ.ความมั่นคง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน กฎอัยการศึก นั้นเป็นกฎหมายพิเศษที่ใช้เพราะเหตุผลด้านความมั่นคง ดังนั้น อย่าไปถามมันมากเลย สิทธิเสรีภาพเป็นประเด็นรอง แต่สิทธิพื้นฐานต้องมี แม้ว่าจะยอมรับว่าสิทธิบางเรื่องจะไม่สมบูรณ์ มีขอบเขตจำกัด แต่สิทธิส่วนบุคคลย่อมไม่ไปละเมิดสิทธิสาธารณะ

นายประสงค์เปิดเผยว่า สื่อทีวีแม้ไม่มีพ.ร.ก.ฉุกเฉิน รัฐก็สามารถแทรกแซงได้อยู่แล้วเพราะโทรทัศน์อยู่ภายใต้สัมปทานของรัฐเป็นแต่เพียงไม่มีหลักฐาน ส่วนหนังสือพิมพ์หลักยังไม่ถูกรบกวนแม้ในช่วงสถานการณ์ฉุกเฉิน

ขณะเดียวกันนายประสงค์ยังแสดงเกี่ยวกับเกี่ยวกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผ่านมาเกี่ยวกับสลายม็อบและมีผู้เสียชีวิตว่า การสลายม็อบเมื่อวันที่ 10 เม.ย.และ19 พ.ค.มีผู้เสียชีวิต แต่มีการนำไปอภิปรายไม่ไว้วางใจทั้งๆที่ไม่ต่างอะไรกับการสลายการชุมนุมที่ตากใบก็มีคนเสียชีวิตเช่นกันแต่ไม่มีการพูดถึง นี้แสดงว่า ส.ส.ที่อภิปรายก็มีสองมาตรฐานด้วยหรือไม่ ทั้งๆที่สลายการชุมนุมที่ตากใบมีความโหดเหี่ยมมาก

ขณะเดียวกันการเสวนาครั้งนี้เอกสารประกอบที่ประมวลความเห็นของนักศึกษาเกี่ยวกับหัวข้อการเสวนาที่น่าสนใจอย่างเช่นเรื่อง "CNNรำ(ลำ)เอียง" ซึ่งเป็นเรื่องแรกเลยทีเดียว ตามด้วยสื่อ...นั่งเทียนเขียนข่าว??? อาวุธแห่งโลกอนาคต=สื่อ? สื่อ...ดีพอหรือพอดี??? สื่อกับโฆษณาชวนเชื่อต่างกันอย่างไร? สื่อทางสายกลาง สื่อบิดเบือนไปเพื่อใคร??? ลิดรอนสิทธิ์?เบียดบังสื่อ?

เมื่อเห็นหัวข้อเรื่องเช่นนี้ก็คงจะประมาณออกว่าเรื่องไหนที่น่าสนใจมากที่สุด ใช่คงเรื่อง "CNNรำ(ลำ)เอียง" เพราะไม่น่าสนใจมากที่สุดแล้วคณะจัดทำเอกสารคงไม่วางไว้อันดับแรก แต่เมื่ออ่านในเนื้อหาของความเห็นนี้กับเป็นการท้วงติงการปิดเว็บไซต์โดยนำสำนักข่าว CNN มาประกอบในการอธิบายความเห็นอย่างเช่น

"การที่รัฐบาลดำเนินการปิดเว็บไซต์หรือการที่รัฐบาลออกมาต่อว่าสื่อต่างประเทศอย่างเช่น CNN ว่าเสนอข่าวไม่เป็นกลางนำเสนอข่าวมีข้อมูลไม่เพียงพอเหล่านี้ล้วนเป็นเสียงติงในการนำเสนอข่าวของรัฐบาล"

ประโยคที่เกี่ยวข้องกับ CNN โดยตรงๆคือ "สำหรับการที่รัฐบาลออกมาต่อว่าสื่อต่างประเทศอย่างเช่น CNN ว่าเสนอข่าวไม่เป็นกลางนั้นผมมองว่า ออกจะปิดกั้นข่าวสารของประชาชนมากเกินไป รัฐบาลบอกได้ว่า CNN เสนอข่าวเป็นอย่างไร แต่รัฐบาลต้องไม่โฆษณาชวนเชื่อให้ประชาชนไม่เชื่อข่าวจาก CNN ให้ประชาชนเขาตัดสินเอง ประชาชนเขารู้เองว่าสื่อใดเสนอข่าวเป็นอย่างไร ไม่ต้องไปตอกย้ำหรือสั่งให้เขาเชื่อ"

เมื่อได้ถามนักศึกษาเจ้าของความเห็นนี้ว่าได้ติดตามหรือทราบหรือไม่ว่ามีกลุ่มบุคคลออกมาเคลื่อนไหวท้วงติงเกี่ยวกับนำเสนอข่าวของสำนักข่าว CNN โดยเฉพาะอย่างยิงการเคลื่อนไหวของ "สุกี้" กมล สุโกศล แคลปป์ อดีตผู้บริหารและผู้ก่อตั้งบริษัทเบเกอรี่มิวสิค รวมตัวกับเครือข่ายโซเชียลเน็ตเวิร์ก ทั้งเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และเว็บไซต์ต่างๆ ทำจดหมายเปิดผนึกขอคำชี้แจงจากสำนักข่าวซีเอ็นเอ็น และจี้ให้สำนึกในจรรยาบรรณวิชาชีพสื่อสารมวลชน ทางอีเมลตั้งแต่วันเสาร์ที่ 22 พ.ค. และได้ร่วมเสวนาในประเด็นนี้ที่ มธ.หรือไม่ ก็ได้รับคำตอบว่า ไม่ได้ติดตามและไม่ทราบว่า "สุกี้" เป็นใคร

เกี่ยวกับสื่อต่างประเทศนี้นางลัดดาได้แสดงความเห็นว่านักศึกษาควรจะรู้ข้อมูลข้อเท็จจริงว่าสำนักข่าว CNN ได้ทำอะไรกับประเทศไทย หากมีข้อมูลแล้วอาจจะไม่มีความเห็นเช่นนี้ก็เป็นได้ และขอให้คิดว่าถึงอย่างไรประเทศไทยก็เป็นประเทศของเรา

ต้องยอมรับว่าการไปฟังการเสวนาครั้งนี้ก็มึนๆอยู่พอสมควร ได้แต่คิดในใจว่า จะพยายามทำหน้าที่ดีที่สุดยึดหลักความถูกต้องเป็นสำคัญ และที่บอกว่าสื่อถูกแทรกแซงนั้นก็ได้แต่คิดในใจอีกเช่นเดียวกันว่า "เขาแทรกแซงกันอย่างไร" อยากรู้เหมือนกัน และปัญหาทั้งมวลที่มีการถกเถียงกันวงเสวนาครั้งนี้ จะแก้ได้ก็มีอยู่คำเดียวคือต้องมี "ปัญญา" และมีศีลกำกับเท่านั้น หากไม่มีแล้วก็เป็นอย่างที่นางลัดดา "คนไทยเหมือนลูกแกะที่ถูกจูงไปจูงมา" และขอต่อด้วยตกเป็นเหยื่อคนฉลาดแกมโกงในที่สุด

สำราญ สมพงษ์รายงาน วันที่ 05 มิ.ย. พ.ศ.2553


Research Papers





เหรียญ9ยอด90ปี หลวงพ่อพูลวัดไผ่ล้อม

เหรียญหลวงปู่ทวดสก.ปี2547เนื้อชุบทอง


กำไลไฮโซสแตนเลสฝังมุกลายสวยหลายแบบ


ภาษาอังกฤษ หน้าแรก เศรษฐกิจพอเพียง ธรรมะพอเพียง การเมือง บันเทิง กีฬา ท้องถิ่น ทำมาหากิน มหาเนชั่นบล็อก

copyright<#>off_38@hotmail.com<#>