|
|||
| ภาษาอังกฤษ หน้าแรก เศรษฐกิจพอเพียง ธรรมะพอเพียง การเมือง บันเทิง กีฬา ท้องถิ่น ทำมาหากิน มหาเนชั่นบล็อก |
|
อ้ายลาวสอนน้องไทยใช้เชิงวัฒนธรรมฟื้น"สยามเมืองยิ้ม"
ช่วงนี้หลายภาคส่วนได้จัดกิจกรรมเพื่อลบภาพ "สยามเมืองสยอง" ให้ "สยามเมืองยิ้ม" กลับคืนมา เหล่าศิลปินรับกระแสสมานฉันท์ร่วมค่ายสร้างผลงานอย่างเพลง "คิดฮอด" ของวงร็อกขั้นเทพ "บอดี้สแลม" ที่ดึงราชินีหมอลำ "นาง" ศิริพร อำไพพงษ์ มาร่วมแจม กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เชิญคณะเอกอัครราชทูตและภริยาจาก 20 ประเทศ 1 องค์กรสื่อมวลชนต่างประเทศและในประเทศ เข้าร่วมโครงการวัฒนธรรมสัญจรแหล่งมรดกโลก จ.อุดรธานี โดยเฉพาะ อุทยานแห่งชาติภูพระบาท เพื่อเป็นการสะท้อนให้เห็นว่าภาพแห่ง "สยามเมืองยิ้ม" ยังคงอยู่
ขณะเดียวกันนายแพทย์ประเวศ วสี ราษฏรอาวุโสและกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (กวช.) ได้เสนอแนวความคิดเศรษฐกิจวัฒนธรรมทางแก้วิกฤติ ซึ่งเป็นเศรษฐกิจแห่งการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืนมาใช้ในการแก้ปัญหาวิกฤติของการอยู่ร่วมกันของคนในปัจจุบัน 10 ประเด็น คือ 1.วิกฤตการณ์ปัจจุบัน : วิกฤตการณ์แห่งความไม่ยั่งยืน 2.การพัฒนาที่ไม่เอาชีวิตและการอยู่ร่วมกันเป็นตัวตั้งจะนำไปสู่วิกฤตเสมอ 3.เศรษฐกิจวัฒนธรรม = เศรษฐกิจแห่งการอยู่ร่วมกัน 4.เศรษฐกิจชุมชน = เศรษฐกิจวัฒนธรรม 5.เชื่อมโยงผู้บริโภคในเมืองกับเศรษฐกิจชุมชน = พลังแห่งการพัฒนาอย่างยั่งยืน 6.ตลาดชุมชน : ตลาดสินค้าวัฒนธรรม 7.ตลาดชุมชน = ศูนย์การเรียนรู้ชุมชน 8.ชุมชนท้องถิ่นคือพลังวัฒนธรรม 9.จุดยุทธศาสตร์อยู่ที่ชุมชนท้องถิ่น 10.กระทรวงวัฒนธรรมกับเศรษฐกิจวัฒนธรรม โดยทาง สวช. จะรวบรวมจัดพิมพ์เป็นหนังสือเผยแพร่จำนวน 10,000 เล่ม
ก็สอดรับกับแนวทางของประเทศลาวตามที่ท่านทองสา ไชยะวงคำดี อธิบดีกรมมรดกแห่งชาติ สปป.ลาวได้แสดงความเห็นไว้ว่า "มรดกทางวัฒนธรรมนับเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้คนลาวนำมาเป็นแนวทางในการกอบกู้ปลดแอกจากการปกครองของประเทศฝรั่งเศสในอดีต" ในการสัมมนาทางวิชาการเรื่อง "สืบมรดกวัฒนธรรม สานสัมพันธ์ไทยลาว" เนื่องในโอกาสครบรอบ 60 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยและสปป.ลาว เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.ณ โรงลครแห่งชาติ(โรงเล็ก) กรมศิลปากร ทำให้ได้ทราบถึงรากเง้าของตัวเองเป็นอย่างไร ทั้งนี้ "ประภัสสร เสวิกุล" ได้แสดงความเห็นเรื่อง"ตามหาความเป็นไทย"ในคอลัมน์"วันเว้นวันจันทร์ พุธ ศุกร์" ทางหนังสือพิมพ์คมชัดลึกวันที่ 23 มิ.ย.ระบุว่า "หากลบคำว่า สยามเมืองยิ้ม หรือ เวนิสตะวันออก ออกไปแล้ว เราจะหาอะไรมาสำแดงความเป็นไทย" "จริงๆ แล้ว การประชาสัมพันธ์เมืองไทย หรือให้คนมาเที่ยวประเทศไทยนั้น ไม่จำเป็นต้องเน้นที่วัตถุ อย่างโบราณสถาน ภูผาป่าดง ทะเล หรือหาดทราย เสมอไป เพราะประเทศอื่นๆ ต่างก็มีแหล่งท่องเที่ยวเช่นเดียวกับที่เรามี หากแต่น่าจะเน้นไปที่อารมณ์และความรู้สึกของการได้มาเมืองไทย ได้พบปะคนไทย ได้สัมผัสสิ่งดีๆ ต่างๆ ของเมืองไทย ซึ่งเป็นสิ่งที่ลึกซึ้งและซึมซาบในจิตใจมากกว่า" เชื่อแน่ว่าคนไทยหากนำความคิดค่านิยมที่ได้รับมาจากแดนอื่นรวมถึงแนวคิดทางการเมืองใส่วงเล็บ หันมาสืบสานวัฒนธรรมความเป็นไทยเดิมๆแล้ว เชื่อแน่ว่า "สยามเมืองยิ้ม" คงจะกลับคืนมาในอนาคตอันใกล้ หรือจะให้ถึงเวลา "คนไทยทิ้งแผ่นดิน" ถึงจะมาคิดถึงความเป็นไทย สำราญ สมพงษ์รายงาน วันที่ 25 มิ.ย. พ.ศ.2553
|
|