|
|||
| ภาษาอังกฤษ หน้าแรก เศรษฐกิจพอเพียง ธรรมะพอเพียง การเมือง บันเทิง กีฬา ท้องถิ่น ทำมาหากิน มหาเนชั่นบล็อก |
|
พุทธทาสกับสื่อเพื่อนร่วมหน้าที่อาจเสริมบุญ-กุศล
ปรากฏว่าวันนั้นได้เห็นเอกสารแจกหัวข้อว่า "พุทธทาสกับสื่อมวลชน" จึงสนใจหยิบขึ้นมาอ่านคราวๆ ทราบว่าเป็นเอกสารที่ทางหอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ ได้จัดทำขึ้น ซึ่งก็เป็นการเสริมความรู้สึกว่าอาชีพสื่อมวลชนเป็นอาชีพที่ยังประโยชน์ให้เกิดขึ้นกับสังคมได้ประการหนึ่ง จึงมีความตั้งใจว่าจะอ่านเนื้อหาทั้งหมด แต่วันนั้นยังไม่มีเวลาจึงเก็บเอกสารนั้นไว้
ต่อมาเมื่อเวลาประมาณ 21.00น.ของวันที่ 20 พ.ศ.2553 อาการของหลวงพ่อหนักขึ้นอีก ช็อกหมดสติ หลวงพี่ซึ่งห้องอยู่ข้างๆทราบจึงเรียกช่างมานวดจึงฟื้น แต่ปรากฏว่าหลวงพ่อรู้สึกตัวแต่ไม่ได้สติเหมือนกับคนเสียจิต จึงได้โทรศัพท์แจ้งให้นำหลวงพ่อไปโรงพยาบาลศรีธัญญา แพทย์เวรลงความเห็นว่าเป็นอาการทางร่างกายเนื่องจากความดันสูงและมีไข้จึงแนะนำให้พาไปรักษาที่โรงพยาบาลสงฆ์
เมื่อไปถึงโรงพยาบาลสงฆ์ แพทย์เวรก็ลงความเห็นว่าให้พาหลวงพ่อกลับวัดเพื่อพักผ่อนก่อนเนื่องจากทางโรงพยาบาลไม่ได้จัดที่พักฟื้น และพากลับมาตรวจช่วงเช้าของวันที่ 21 พ.ศ. จึงทำให้เกิดความรู้ว่าทำไมแพทย์ไม่รับรักษาที่โรงพยาบาลทั้งๆที่อาการของคนป่วยหนักเช่นนี้ หรือเป็นเพราะกลัวจะเกิดอุบัติเหตุและเกิดการฟ้องร้องตามมา
พอถึงตอนเช้าอาการของหลวงพ่อก็ดีขึ้นและสติกลับคืนมา และเมื่อพาหลวงพ่อไปโรงพยาบาลสงฆ์ให้แพทย์ตรวจและจัดยามาฉันที่วัด อาการของหลวงพ่อก็พ้นขีดอันตรายและดีขึ้นตามลำดับ จึงได้อ่านเอกสารดังกล่าวในเวลาต่อมาซึ่งก็ยอมรับว่าอ่านยากอยู่เหมือนกันเพราะตัวเล็กและมีตัวเขียนรวมอยู่ด้วย
ได้ทราบว่าเนื้อหาของเอกสารดังกล่าวเกิดขึ้นจากการที่หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ ร่วมกับกรมประชาสัมพันธ์ กรมการศาสนา องค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย(อสมท.) สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และอีกหลายสำนักพิมพ์ จัดงานพุทธทาสกับสื่อมวลชนขึ้น ในวันที่ 23 พ.ย. 2552 ณ หอประชุมกรมประชาสัมพันธ์ ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพหลโยธิน กทม.แล้วสรุปเผยแพร่ทางเว็บไซต์ ทั้งนี้จากการศึกษาเนื้อหาพระพุทธทาสมองว่า สื่อมวลชนนั้นเป็นคำกลางๆมีฐานะเป็นเครื่องมือและบริการถ้าใช้ถูกก็มีผลดี ถ้าใช้ผิดก็มีผลชั่วมหาศาล อย่างไรก็ตามจากผลงานที่เกี่ยวเนื่องกับสื่อมวลชน 4 ครั้งเมื่อปี 2512,15,27,34 และได้ตรวจสอบเนื้อหาหนังสือพิมพ์ พบว่าเกิน 50% เป็นแจ้งความ...เป็นแจ้งความของผู้ที่จะยั่วคนอื่นให้ซื้อของของเขา เป็นเครื่องมือหาเงินมากกว่าสิ่งที่จะช่วยมนุษย์ ข่าวก็กลายเป็นเหยื่อตกเบ็ดคนให้ซื้อหนังสือพิมพ์...ไม่ใช่เพื่อประโยชน์เกื้อกูลแก่มนุษย์ ดีขึ้น เรื่องอ่านเล่น แม้แต่หนังสือพิมพ์ชั้นดีก็เป็นเรื่องเลวทรามมาก คือมอมเมาเยาวชนให้มีจิตทรามโดยไม่รู้สึก มีเพียง 45 % เท่านั้นที่จะเป็นเรื่องสารคดี แต่แล้วก็เป็นสารคดีชนิดที่จะทำให้มนุษย์ตกไปในทางวัตถุนิยม ส่วนสื่อวิทยุกระจายเสียงเกิน 50% เป็นเพลง...80% ของเพลงทั้งหมดที่ส่งอยู่นั้นเป็นเรื่องยั่วยวนทางกามารมณ์...เด็กเดี๋ยวนี้จึงหน้าด้านไปโดยไม่รู้สึกตัว ทั้งหญิงทั้งชาย...สื่อมวลชนอันวิเศษของเราทำให้เด็กเกิดออกมา คลอดออกมาก็เป็นอย่างนี้เสียแล้ว 30% ของวิทยุกระจายเสียงนั้น ก็ส่งเป็นคำพูดซึ่งเป็นคำเท็จและคำด่าทางการเมืองของคู่สงครามหรือพวกชาตินิยม...ว่อนไปหมดในบรรยากาศของโลก...และก็ย้อมนิสัยเด็ก?ๆ?ของเราทั้งโลกให้เป็นคนขี้ด่า มันก็เป็นโลกขอปีศาจที่พูดเท็จและขี้ด่าเท่านั้นเอง สำหรับข่าวที่ส่งทางวิทยุ...เป็นข่าวเพื่อหาประโยชน์เสมอไป ไม่ใช่ข่าวที่แถลงความจริงโดยบริสุทธิ์ใจ สารคดีสัก 10% มันก็ยังเป็นสารคดีของวัตถุนิยม ผูกพันคนให้ติดอยู่ในกรงในคอกของวัตถุนิยม อย่างไรก็ตามพระพุทธทาสมองว่าถ้าหากสื่อมวลชนทำหน้าที่โดยไม่เห็นแก่ตัว แต่เห็นแก่ความถูกต้อง บำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับคนทั่วไปแล้ว จึงจะได้ชื่อว่าสื่อมวลชนเป็นเพื่อนร่วมหน้าที่ เป็นอาชีพที่อาจทำให้เกิดบุญ-กุศล พร้อมกันไป สวรรค์อยู่ที่เราทำถูกต้องจนยกมือไหว้ตัวเองได้ ดังนั้นช่วงวันที่ 18-21 ต.ค.นอกจากจะได้แทนคุณผู้ให้กำเนิดแล้ว ยังได้แนวทางเพื่อเป็นแสงส่องทางให้ทำหน้าที่ต่อไป สำราญ สมพงษ์ รายงานวันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ.2553
|
|