|
|||
| ภาษาอังกฤษ หน้าแรก เศรษฐกิจพอเพียง ธรรมะพอเพียง การเมือง บันเทิง กีฬา ท้องถิ่น ทำมาหากิน มหาเนชั่นบล็อก |
|
ไปเอายาที่รพ.ศรีธัญญาดันเลยไปถึงพระวิหารได้งัย
(คลิปคำปราศรัยของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ประกาศทวงคืนพระวิหาร หลังถูกศาลโลกตัดสินยกให้เขมรและคลิปความเห็นของชาวเขมรและไทยที่เกาะกงต่อกรณีปราสาทพระวิหาร) ทุกๆ2เดือนจะไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลศรีธัญญาเพื่อรับยามาถวายหลวงปู่(พ่อ) ระหว่างที่รอแพทย์เรียกก็จะหาหนังสือมาอ่านเป็นการค่าเวลาจากชั้นที่ทางรพ.ได้จัดเตรียมไว้ซึ่งมีทั้งหนังสือใหม่และเก่า บางครั้งก็ได้ข้อคิดดีๆจากหนังสือเหล่านี้ เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ.2553 ก็เป็นอีกวันหนึ่งที่ทำหน้าที่นี้ หลังจากได้อ่านหนังสือพิมพ์หัวสี(แดง)เรียบร้อยแล้ว ก็หาเล่มอื่นอ่านต่อ มาสะดุดตาที่หนังสือแพรวนิตยสารรายปักษ์พลอยแกมเพชร ฉบับวันที่ 31 ธ.ค.2548 คอลัมน์รุ่นสาว-รุ่นหนุ่ม เรื่อง"พิธว์สิริ ธเนศสกุลวัฒนา ดาราแห่งอุษาคเนย์" มีภาพของเธอมีฉากหลังเป็นธงชาติประเทศกัมพูชาและเขาพระวิหาร(เปรี๊ยะวิเฮียร์)ชวนให้อ่านเนื้อหาว่าเป็นอย่างไรบ้าง "พิธว์ศิริ"หรือน้องนิวเป็นเด็กเชียงราย เข้ามาเรียนต่อที่ร.ร.เตรียมอุดมศึกษาจุฬาฯ เมื่อจบม.6แทนที่จะเรียนต่อที่จุฬาฯแต่เธอเปลี่ยนแนวเลือกที่จะเรียนที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ ณ ปี 2548 เธอเรียนอยู่ปี 3 โดยเลือกเรียนวิชาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรือซี(SEA) โดยมีอาจารย์ชาญวิทย์ เกษตรศิริ เป็นอาจารย์สอนแม้นว่าจะเกษียณไปแล้ว ปัจจุบันเรียนปริญญาโท สาขาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อเธอเลือกเรียนวิชานี้จึงทำให้เธอเห็นโลกกว้าง ได้ลงพื้นที่ทั้งปราสาทเปรี๊ยะวิเฮียร์ ชมปราสาทนครธม นอกจากนี้แล้วเธอยังเลือกเรียนภาษาเวียดนามจากถิ่นเจ้าของภาษาอีกด้วย "ประวัติศาสตร์เราเรียนส่วนใหญ่เป็นการทำสงคราม แต่ประวัติศาสตร์ด้านอื่นก็มี เราจึงต้องหันกลับไปมองประวัติศาสตร์ด้านอื่นอีก" นี้เป็นแนวคิดของ" "พิธว์ศิริ"ที่น่าสนใจยิ่งและว่า "ต้องเรียนรู้ที่จะเคารพวัฒนธรรมที่แตกต่าง นอกจากนี้ยังต้องมีความรับผิดชอบทั้งต่อตนเองและส่วนรวมเพื่อให้กิจกรรมต่าง ๆ ดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่องและราบรื่น" เป็นคำกล่าวของเธอช่วงที่เรียนปริญญาโทและร่วมโครงการเรือเยาวชนเอเชียอาคเนย์ ประจำปี 2552 เยาวชน 330 คนเยือนอาเซียน 53 วัน (อิจฉา)
ก็จริงอย่างที่อย่างที่"พิธว์ศิริ"กล่าว เพราะจะทำให้เราได้เห็นความจริงอีกด้านหนึ่ง ไม่ใช่เห็นแต่ด้านเดียวว่าถูกต้องด้านอื่นผิดหมด ซึ่งความเป็นจริงแบบปุถุชนมันไม่ใช่ อย่างที่ผู้เขียนตอนนี้กำลังเรียนภาษาเขมรจึงทำให้รู้คำว่า"พระวิหาร"เขมรพูดว่า"เปรี๊ยะวิเฮียร์" เมื่อ"ฮุน เซน"พูดกล่าวไทยว่าขโมยคำว่า"พระวิหาร"มาจากเขมรจึงรู้ว่าเป็นการกล่าวหาที่ไม่ถูกต้อง ดังนั้นผู้นำประเทศย่านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ควรที่จะมองประวัติศาสตร์ด้านอื่นอย่างที่ "พิธว์ศิริ"กล่าว อย่างเช่นมิติแห่งพระพุทธศาสนา เพื่อสร้างความสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นในภูมิภาคนี้เพื่อความกินดีอยู่ดีของประชาชนไม่ใช่กินดีอยู่เฉพาะคนบางพวก แล้วต้องปล่อยให้เขมรกรอมต้องเป็นอยู่อย่างลำบาก เพราะ"ฮุน เซน"ก็เป็นผู้นำเป็นเด็กวัดมาก่อนเป็นผู้เคร่งในพระพุทธศาสนาร่วมกิจกรรมต่างๆไม่ได้ขาดอย่างที่ทางประเทศกัมพูชาได้ออกแถลงโต้"สนธิ ลิ้มทองกุล" เมื่อไม่นานมานี้ และเพื่อให้สมกับที่ตั้งเรื่องว่าได้ถึงพระวิหารหรือเปรี๊ยะวิเฮียร์จริงๆ ซึ่งในหนังสือเล่มนี้ก็ได้กล่าวถึงพระวิหารอีกอย่างเช่นเรื่อง"พระเจ้าแสนหลวง"ประดิษฐานที่พระวิหารหลวง วัดแจ้ง อ.เมือง จ.แพร่ ซึ่งคำว่า"พระวิหารหลวง" เขมรจะพูดว่า "เปรี๊ยะวิเฮียร์ธม" "ธม"แปลว่าใหญ่หรือหลวง นอกจากนี้ช่วงท้ายของหนังสือเล่มนี้มีรูปจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ อดีตนายกรัฐมนตรีช่วงที่ศาลโลกตัดสินให้ปราสาทพระวิหารเป็นของกัมพูชา และได้ประกาศให้อนุชนรุ่นหลังทวงคืน(แบบมีปัญญา) ประกอบในคอลัม"ฮิตส์" ของเพลง"หนึ่งในดวงใจ"ที่ครูชอุ่ม ปัญจพรรค์ แต่งตามความประสงค์ของครูเอื้อ สุนทรสนาน ซึ่งถูกขอร้องให้แต่งเพลงเพื่อรับขวัญท่านผู้หญิงวิจิตร ธนะรัชต์ ภริยาของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ และที่เป็นมงคลยิ่งก็คือได้อ่านโคลงสี่สุภาพช่วงต้นของหนังสือแพรวเล่นนี้ที่ว่า"รักชาติสละแม้ ชีวี รักเกียรติเจตน์พลี ชีพได้ รักราชมุ่งภักดี รองบาท รักศาส์นราญเศิกไส้ เพื่อเอื้อพระศาสนา" ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในหนังสือ"กษัตริยานุสรณ์" พระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทำให้เกิดความคิดว่าก็ยังมีคนไทยบางคนยุคปัจจุบันนี้ที่มีความคิดที่ว่า"รักชาติขายให้เกลี้ยง ปฐพี รักเกียรติบ่ฮ่อนมี โกงได้ รักราชมุ่งจาบจ้วง คนองปาก รักศาส์นสนุกเสกไส้ เพื่อเลี้ยงชีพอาตมาพี" คิดแต่งแบบคนที่ไม่ได้เรียนแต่งโคลงฉันท์อาจจะไม่ถูกฉันทลักษณ์ขออภัยมา ณ ที่นี้ สำราญ สมพงษ์รายงาน วันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ.2553
|
|