|
|||
| ภาษาอังกฤษ หน้าแรก เศรษฐกิจพอเพียง ธรรมะพอเพียง การเมือง บันเทิง กีฬา ท้องถิ่น ทำมาหากิน มหาเนชั่นบล็อก |
เปิด-ปิดซีเกมส์เรียบง่ายสะท้อนความเป็นชาติลาวชัด
ปิดฉากไปแล้วสำหรับการแข่งขันซีเกมส์ ครั้งที่ 25 ที่ประเทศลาวเป็นเจ้าภาพภายใต้ชื่อ เวียงจันทน์เกมส์ อย่างยิ่งใหญ่ตระการตา และเรียบง่ายสะท้อนความเป็นลาวได้อย่างชัดเจนไฮไลท์ของวันเปิดเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม ณ นครหลวงเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ที่สนามกีฬาแห่งชาติแห่งใหม่ อยู่ที่การจุดกระถางคบเพลิง โดย พุดอำไพ เทียมพะสอน นักกีฬายิงธนู ทีมชาติลาว ในร่างของ "สินไซ" ตามนิทานพื้นบ้านลาว แผลงศรหรือยิงธนูไฟจุดคบเพลิง ส่วนการแสดงได้สะท้อน "ความเป็นลาว" ให้คนทั้งโลกได้ประจักษ์ เริ่มจากการเลือกเพลง 4 เพลงนำร่อง ก่อนเข้าสู่พิธีการคือ 1.เพลง "จำปาเมืองลาว" ประพันธ์โดย ท่านอุตตะมะ จุนละมะนี นักปฏิวัติอาวุโส เป็นเพลงปลุกใจให้ฮักหอมความเป็นลาว ในยุคต่อสู้กู้ชาติ สมัยฝรั่งเศสยึดครองล้านช้าง 2.เพลง "แดนแห่งอิสระ" ประพันธ์โดย ท่านสีชะนะ สีสาน นักปฏิวัติอาวุโส เป็นเพลงปลุกเร้าจิตใจกล้าสู้ กล้าเอาชนะจักรพรรดินิยมอเมริกา ในการต่อสู้เพื่อปลดปล่อยประชาชาติลาว 3.เพลง "บ้านแม่เฮา" ประพันธ์โดย ท่านบัวเงิน ซาพูวง นักรบศิลปวรรณคดีปฏิวัติ ที่เรียกร้องให้ชาวลาวสร้างสรรค์สังคมนิยม หรือ "ลาวระบอบใหม่" ภายหลังเลิกล้มการปกครองในระบอบราชาธิปไตยเมื่อ 34 ปีที่แล้ว 4.เพลง "สะบายดี" ที่สะท้อนถึงเอกลักษณ์ของคนลาวคือ คำทักทาย "สะบายดี" รอยยิ้ม และมิตรภาพ ซึ่งผู้นำร้องหมู่เพลงสะบายดีคือ บุนเกิด หนูห่วง ซูเปอร์สตาร์ลูกทุ่งลาว
สำหรับชุดการแสดงเฉลิมฉลองซีเกมส์ ที่ใช้นักแสดงประมาณ 8,500 คน ซึ่งร่วมฝึกซ้อมกันมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2552 ประกอบด้วย ชุดที่ 1 "ยินดีต้อนรับซีเกมส์" แสดงถึงความยินดีของพี่น้องชาวลาว ในการต้อนรับเพื่อนบ้านจากชาติอาเซียน ชุดที่ 2 "พงไพร สายน้ำ และชีวิต" แสดงถึงวัฒนธรรมของชนเผ่าต่างๆ ในประเทศลาว จำนวน 49 เผ่า แม้จะต่างด้วยภาษาและขนบธรรมเนียม แต่ก็อยู่ร่วมกันได้ด้วยใจที่เป็นหนึ่งเดียว ในชุดนี้ ยังสื่อความหมายถึง "ยุครวมชาติ" ภายใต้การนำของ "เจ้าฟ้างุ้ม" มหาราชผู้ยิ่งใหญ่ของอาณาจักรล้านช้างเมื่อ 650 ปีที่แล้ว ชุดที่ 3 "ทุ่งนาสีทอง" แสดงถึงชนชาติลาวที่ได้มาตั้งถิ่นฐาน แล้วเริ่มเรียนรู้การปลูกข้าว ชีวิตความเป็นอยู่ในชนบท และอารยธรรมต่างๆ ชุดที่ 4 "แสงเทียน แสงธรรม" แสดงถึงชนชาติลาวเมื่อเรียนรู้การปลูกข้าวแล้ว ก็เริ่มเรียนรู้อารยธรรมต่างๆ ซึ่งมีการกล่าวถึงเหตุการณ์ที่ชาวลาวพร้อมใจกันลุกขึ้นสู้เมื่อถูกรุกรานจากชาติอื่นด้วย ชุดที่ 5 "สินไซแห่งยุคสมัย" แสดงถึงความกล้าหาญของวีรบุรุษจากวรรณคดีเรื่อง "สินไซ" ที่ทุกคนต่างทราบกันดีถึงความสามารถ ความเก่งกาจของสินไซ ผู้มีอิทธิฤทธิ์ปราบยักษ์มาร ชุดที่ 6 "อนาคตสดใส" แสดงถึงความมุ่งมาดปรารถนาของประชาชนชาวลาว ที่ต้องการนำพาประเทศก้าวไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองเคียงข้างนานาชาติ ชุดที่ 7 "ใจประสานใจ" แสดงถึงความรัก ความสามัคคีของชนชาติในอาเซียน ขณะที่พิธีปิดเมื่อวันที่ 18 ธ.ค. ยังคงเน้นย้ำ"ความเป็นลาว"เรียบง่ายด้วยการแสดง 5 ชุด ประกอบด้วย ชุดที่ 1 ม่างเครือเขากาด เป็นการแสดงเกี่ยวกับตำนาน ปู่เยอย่าเยอ ในนิทานพื้นบ้านของลาวที่เล่าถึงเมืองแถน ที่ได้มี เครือเขากาด ยักษ์เครือหนึ่งได้ขึ้นไปถึงสวรรค์ และปกคลุมลงมาถึงพื้นดินจนบดบังแสงสว่างจากดวงอาทิตย์ ทำให้โลกมืดมิด ประชาชนเดือดร้อนไปทั่ว ทำมาหากินไม่ได้ ต่อมามี ปู่เยอย่าเยอ ขันอาสาเจ้าเมืองแถนไปตัดทำลายเครือเขากาดนั้น และเนื่องจากเครือเขากาดมีขนาดใหญ่ทำให้ต้องใช้เวลาตัดอยู่นานถึง 3 เดือน 3 วันกว่าจะโค่นลงได้แต่เครือเขากาดก็ได้ล้มทับ ปู่เยอย่าเยอ เสียชีวิต ณ ที่นั้น แต่ก็ได้ช่วยให้บ้านเมืองกลับมามีแสงสว่างอีกครั้ง ประชาชนทำมาหากินได้ตามปกติ พร้อมกับมีการสักการะเพื่อระลึกถึงคุณงามความของปู่เยอย่าเยอนับแต่นั้นมา ชุดที่ 2 ชื่อ บุญปีใหม่บ้านเฮา เป็นการแสดงถึงงานเทศกาลวันสงกรานต์ หรือวันปีใหม่ของลาว ที่จะสื่อถึงขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามที่มีมาแต่โบราณกาล ซึ่งจะมีการแสดงพิธีรดน้ำดำหัวผู้หลักผู้ใหญ่ และรับคำอวยพรจากผู้เฒ่าผู้แก่ ชุดที่ 3 บุญเซิ้งบั้งไฟ เป็นการแสดงถึงชนเชื้อชาติสองฝั่งโขงที่มีอารยธรรมมาแต่โบราณกาลที่สามารถนำเอา บั้งไฟ ที่มีน้ำหนักมากขึ้นสู่ท้องฟ้าเพื่อขอฟ้าขอฝนให้ตกต้องตามฤดูกาล เพื่อให้ประชาชนได้ทำการเกษตร จนกลายเป็นประเพณีสืบต่อกันมาจนกระทั่งปัจจุบัน และเป็นประเพณีที่มีส่วนในการสร้างเสริมกำลังใจแก่ชาวบ้าน ชุดที่ 4 บุญเซิ้งแข่งเรือ ซึ่งภายหลังจากที่ประชาชนได้ทำการเกษตรกรรมแล้ว ก็จะเป็นงานรื่นเริงเมื่อถึงเดือนตุลาคมตามหลักสากล หรือเดือน 11 ของลาวนั้น ที่จะมีงานประเพณีบุญแข่งเรือสร้างความสุข สนุกสนานให้แก่ชาวบ้านได้ร่วมกิจกรรม เกิดความสามัคคีก่อนเข้าสู่ฤดูกาลเก็บเกี่ยวพืชผลทางการเกษตร ชุดที่ 5 จับมือกันก้าวเดิน เป็นการแสดงถึงการแข่งขันกีฬาที่จะมีทั้งความสุขสมหวังและผิดหวัง แต่ทั้งนี้ก็เป็นเรื่องของการแข่งขันเพื่อสร้างมิตรภาพ ทั้งผู้แพ้และผู้ชนะก็พร้อมจับมือก้าวเดินไปด้วยกัน จากนั้นจะเป็นการแสดง ฟ้อนรำวง ที่จะเป็นรำวงที่มีขนาดใหญ่ที่สุดใช้นักแสดงกว่า 8,000 คน ปิดท้ายการจุดพลุไฟตระการตา สร้างความประทับใจแก่ผู้ชมเป็นอย่างมาก สำหรับกีฬาซีเกมส์ครั้งแรกบนแผ่นดินลาว ขณะที่ทัพนักกีฬาไทยทำได้ 86 เหรียญทอง 83 เหรียญเงิน 97 เหรียญทองแดง ครองตำแหน่งเจ้าเหรียญทองเป็นสมัยที่ 11 กอดเหรียญกลับบ้านส่วนประวัติศาสตร์ตัวเองเป็นอย่างไรยังมัวๆอยู่
|
|