|
|||
| ภาษาอังกฤษ หน้าแรก เศรษฐกิจพอเพียง ธรรมะพอเพียง การเมือง บันเทิง กีฬา ท้องถิ่น ทำมาหากิน มหาเนชั่นบล็อก |
|
ภาษาชองอัตลักษณ์ตอ.ร่วมพระเจ้าตากกู้เอกราชใกล้สูญ
ภาษานับได้ว่าเป็นไปตามอนิจจังเมื่อมีการประดิษฐ์ขึ้นมาใช้เพื่อสื่อสารในมวลหมู่มนุษย์ ภาษาบางก็สูญสลายไปโดยเฉพาะอยางยิ่งภาษาถิ่นจากงานวิจัยของ ศ.ดร.สุวิไล เปรมศรีรัตน์ ประธานกรรมการศูนย์ศึกษาและฟื้นฟูภาษาและวัฒนธรรมในภาวะวิกฤต สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเพื่อพัฒนาชนบท มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งเป็นผู้ที่ติดตามสถานการณ์ภาวะวิกฤตของกลุ่มภาษาต่างๆ พบว่ามีอย่างน้อย 14 กลุ่มชาติพันธุ์ภาษาของไทยที่อยู่ในภาวะใกล้สูญสลาย ได้แก่ ชอง, กะซอง, ซัมเร, ชุอุง, มลาบรี, เกนซิว (ซาไก), ญัฮกุร, โซ่ (ทะวืง), ลัวะ (ละเวือะ), ละว้า (ก๋อง), อึมปี, บิซู, อูรักละโวย และ มอเกล็น ภาษาเหล่านี้ จริงๆ แล้วมีความสำคัญมาก คือทุกภาษาจะสร้างขึ้นมาได้ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ และต้องใช้เวลาเป็นพันปี และตัวภาษาก็ไม่ใช่แค่การเปล่งเสียงออกไปเฉยๆ แต่มันผูกติดกับความคิดของแต่ละกลุ่มคน ภาษาจึงหมายถึงระบบความคิดและระบบภูมิปัญญา เป็นอัตลักษณ์ของแต่ละกลุ่มคนที่ใช้ภาษานั้นๆ โดยเฉพาะชื่อสมุนไพร ฉะนั้น เราก็ไม่ควรที่ปล่อยให้มันสูญหายไป เพราะถ้าเราปล่อยไป มันก็เหมือนกับเราสูญภูมิปัญญาต่างๆ ซึ่งแต่ละกลุ่มภาษานั้นมีไม่เหมือนกัน ศ.ดร.สุวิไล กล่าวถึงความสำคัญของภาษาถิ่นพร้อมฝากไปยังภาครัฐด้วยว่า นโยบายทางด้านการศึกษาของรัฐที่สนับสนุนเพียงแค่ภาษาราชการเพียงภาษาเดียว ทำให้เยาวชนรุ่นหลังซึ่งเข้าสู่ระบบโรงเรียนไม่เห็นความสำคัญของภาษาท้องถิ่นของตัวเอง หรือผู้ใหญ่เองก็กลัวเด็กจะพูดภาษากลางไม่ได้ ซึ่งจริงๆ ก็ไม่ใช่ทั้งหมด เด็กสามารถทำได้ 2 อย่างพร้อมกัน การรู้มากภาษาเป็นเรื่องดี เพราะสมองจะฉับไว ขณะที่ ศิริศาร เหมือนโพธิ์ทอง อาจารย์ประจำภาควิชาภาษาตะวันออก คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร เห็นว่า ถ้าจะรักษาความเป็นท้องถิ่น ก็ต้องรักษาภาษาพวกนี้เอาไว้
ทางด้านนางโสมสุดา ลียะวณิช รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ในฐานะคณะกรรมการมรดกโลก เปิดเผยว่า จากการประชุมสมัยสามัญขององค์การศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ(ยูเนสโก) เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ประชุมได้หารือเกี่ยวกับการปกป้องชนเผ่าพื้นเมืองและภาษาพื้นเมืองที่อยู่ในภาวะอันตรายสูญหาย ซึ่งในส่วนของไทยพบว่า ภาษาถิ่นกว่า 70 กลุ่มภาษา กำลังอยู่ในภาวะวิกฤติเสี่ยงต่อการสูญหาย ซึ่งหากภาษาถิ่นสูญหายไปก็เหมือนกับว่าประวัติศาสตร์ของชาติได้สูญหายไปด้วย จึงอยากให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเร่งตระหนักถึงความสำคัญและช่วยกันอนุรักษ์ โดยเฉพาะภาษาที่ไม่มีภาษาเขียนมีแต่ภาษาพูดซึ่งเสี่ยงต่อการสูญหายง่ายที่สุด หากยังไม่มีมาตรการใด ๆ เชื่อว่าอีก 5-10 ปีภาษาถิ่นจะสูญหายไปจากประเทศไทย ลองมาดูภาษาชองกันบ้างมีความสำคัญอย่างไร ภาษาชองเป็นภาษาในตระกูลภาษาออสโตรเอเชียติก สาขามอญ-เขมร สาขาย่อยเปียริก ใกล้เคียงกับภาษาสมราย ใช้พูดในหมู่ชาวชองใน ระยอง จันทบุรี และตราด มีผู้พูดทั้งหมด 5,500 คน ในกัมพูชามี 5,000 คน ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาระหว่างจังหวัดจันทบุรีของไทยกับจังหวัดโพธิสัตว์ของกัมพูชา ในไทยมี 500 คนในจังหวัดจันทบุรีและตราด ชื่อสถานที่ใน 3 จังหวัดนี้หลายแห่งมาจากภาษาชอง เช่น ระยอง มาจากภาษาชอง "ราย็อง" แปลว่าประดู่ ภาษาชองต่างพื้นที่กันมีความแตกต่างกันบ้าง แต่สำหรับชาวชองแล้ว ถือว่ายังพอสื่อสารกันได้ คนชองยังมีอัตลักษณะที่สำคัญคือเป็นผู้ที่มีจิตใจดี มีระเบียบวินัยสูง รักพวกพ้อง มีความเอื้ออาทรต่อกัน มีความกล้าหาญ ดังจะเห็นได้ว่าคนชองได้มีส่วนร่วมในการกู้ชาติร่วมกับสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชในสมัยอยุธยาตอนปลาย (พ.ศ. 2310) ขณะที่ตั้งค่ายอยู่ที่จังหวัดจันทบุรี 3 เดือน สามารถต่อเรือได้ 100 ลำ ซึ่งวัตถุดิบที่นำมาใช้ในการต่อเรือส่วนใหญ่เป็นไม้ตะเคียนทองตำบลตะเคียน ทอง ขนส่งซุงไปทางน้ำที่ท่าปากตะเคียนทอง ปัจจุบันคือสวนป่าปฏิบัติธรรมวัดตะเคียนทอง (เจตน์จรรย์ อาจไธสงและคณะ,2550) นี้คือความสำคัญของภาษาชองและคนหากคนไทยไม่อนุรักษ์เอาไว้แล้ว ต่อไปจะทราบได้อย่างไรว่ารากเหง้าของคนไทยเป็นอย่างไร เพียงแค่ 2-3 ช่วงอายุคนก็สืบกันไม่ได้แล้ว สำราญ สมพงษ์ รายงานวันที่ 21 มกราคม พ.ศ.2553
|
|