MHANATION.NET


Google
 
ภาษาอังกฤษ หน้าแรก เศรษฐกิจพอเพียง ธรรมะพอเพียง การเมือง บันเทิง กีฬา ท้องถิ่น ทำมาหากิน มหาเนชั่นบล็อก

พบวิธีแก้ขัดแย้งโอปราห์ วินฟรีย์สัมภาษาณ์ติช นัท ฮันห์

ขณะที่เขียนบทความนี้เวลาก็ล่วงเลยมาถึงเวลา 02.20 น.ของวันที่ 2 มีนาคมแล้ว แต่มีความต้องการที่จะแสดงความเห็นที่เกี่ยวเนื่องจากหัวข้อนี้ก็เนื่องจากได้พบบทความเรื่อง “โอปราห์ วินฟรีย์” สนทนาธรรมกับ “ติช นัท ฮันห์” ทางเว็บไซต์ทวิตเตอร์ ที่โพสต์โดย @sunny_pearl เพราะดูจากชื่อบุคคลทั้งสองนี้ก็น่าสนใจแล้ว

โอปราห์ วินฟรีย์ (Oprah Winfrey) พิธีกรรายการทอล์คโชว์ชื่อดัง The Oprah Winfrey Show เจ้าของนิตยสาร “O” ชื่อเต็ม “The Oprah Magazine” ที่ได้รับความสนใจสูงในประเทศสหรัฐอเมริกาและทั่วโลก บุคคลดังและอยู่ในช่วงที่น่าสนใจไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนเธอต้องไปสัมภาษณ์ ขณะที่อีกบุคคลหนึ่งคือ ติช นัท ฮันห์ พระชาวเวียดนามอายุ 83 ปีแล้วแต่สังขารยังเหมือนกับบุคคลอายุประมาณ 60 ปี เมื่อบุคคลดังทั้งสองคนมาสนทนาธรรมกันแบบนี้มีหรือจะไม่อยากรู้ว่ามีการสนทนาอะไรกันบ้าง

จึงได้คลิกลิ้งค์ได้ทราบว่าเป็นบทความจากบล็อกเกอร์อรุโณทัยทางบล็อกโอเคเนชั่นที่ตั้งชื่อว่า "Good Story Sharing" (http://www.oknation.net/blog/nimkanokporn/2010/03/02/entry-1) ที่แปลจากบทสัมภาษณ์ในโอกาสที่พระติช นัท ฮันห์เดินทางไปเยือนเมืองแมนฮัตตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่เผยแพร่ใน นิตยสาร “O” และเว็บไซต์ http://www.oprah.com/spirit/Oprah-Talks-to-Thich-Nhat-Hanh (ตามที่นำรูปมาประกอบ)

เมื่ออ่านแล้วเนื้อหาส่วนใหญ่ก็เป็นอัตชีวประวัติของพระติช นัท ฮันห์ตั้งแต่เข้ามาบวชเมื่ออายุ 16 ปี ได้พบกับมาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ (Martin Luther King Jr.) โดยเรียกพระติช นัท ฮันห์ว่า “ผู้เผยแพร่สันติภาพและการไม่ใช้ความรุนแรง” (an apostle of peace and nonviolence) และได้เสนอนามพระติช นัท ฮันห์ เข้ารับรางวัลโนเบลเพื่อสันติภาพในปี 1967 การฝึกเดินอย่างมีสติ (mindful walking) ช่วยผ่อนคลายความกังวล ความกดดันได้

และช่วงท้ายที่สุด โอปราห์ วินฟรีย์ ถามพระติช นัท ฮันห์ ตามรูปแบบของนิตยสาร “O”ที่มีคอลัมภ์ปิดท้ายชื่อว่า “What I Know for Sure.”ว่า "ท่านมั่นใจว่าท่านรู้อะไร พระติช นัท ฮันห์ได้ตอบคำถามสุดท้ายนี้ว่า "ท่านรู้ว่า ท่านยังรู้ไม่พอ ยังต้องเรียนรู้ต่อไป ต้องเปิดกว้างและพร้อมที่จะปลดปล่อยความรู้ของออกไป เพื่อก้าวไปสู่ความเข้าใจความเป็นจริงที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นไปอีก การฝึกปฏิบัติให้ไม่ยึดติดกับความเห็น (Practice of nonattachment to views) เป็นหัวใจของการฝึกสมาธิในพุทธศาสนา ผู้คนประสบกับความทุกข์เพราะพวกเขายึดติดอยู่กับความเห็นของพวกเขา หากปลดปล่อยความเห็นผิดทั้งหลายที่เป็นเหตุแห่งทุกข์ได้ เราจะเป็นอิสระและไม่ทุกข์อีกต่อไป"

ข้อความคำตอบของพระติช นัท ฮันห์ ทำให้นึกถึงนักปราชญ์กรีกเรืองนามที่มีลูกศิษย์นามกระเดื่องอย่างเพลโตที่มีลูกศิษย์ชื่อดังอย่างอริสโตเติ้ลที่ชื่อว่าโสคราตีส เพราะมีคนถามท่านเช่นกันว่าสิ่งที่ท่านรู้นั้นคืออะไร โสคราตีสก็ตอบว่าสิ่งที่ข้าพเจ้ารู้คือไม่รู้อะไรเลย ซึ่งแตกต่างจากนักอวดรู้ทุกวันนี้มักอ้างว่าตัวเองนั้นมีความรู้หรือรู้กว่าคนอื่น ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วเป็นคนไม่รู้อะไรเลยก็เป็นได้

เพียงแค่กล่าวมาข้างต้นนั้นยังไม่ได้เป็นเหตุผลพอที่มีความต้องการที่จะแสดงความเห็นและบอกต่อในช่วงสังคมไทยแตกแยกทางคิดแบ่งฝ่ายเช่นสีเล่นกีฬาสีกันไม่เลิกไม่เคารพกติกา แต่เป็นเพราะในบทสัมภาษณ์นี้มีวิธีในการแก้ปัญหาความขัดแย้งของคนในสังคม ซึ่งก่อนหน้านี้สังคมเวียดนามก็ไม่ได้แตกต่างจากสังคมไทยอยู่ขณะนี้จนส่งผลให้มีพระเผาตัวประท้วง

พระติช นัท ฮันห์ได้เสนอวิธีในการแก้ปัญหาความขัดแย้งของคนในสังคมคือ "การฟังอย่างลึกซิ้ง" (deep listening) ด้วยความตั้งใจเพื่อให้อีกฝ่ายได้พรั่งพรูทุกสิ่งที่อยู่ในใจออกมา สามารถช่วยบรรเทาความทุกข์ของอีกฝ่ายลงได้ และทำให้ตระหนักได้ถึงความเห็นผิด (wrong perception)ที่เกิดขึ้นในตัวผู้อื่น และในตัวเราเอง ซึ่งความเห็นผิดนี้เองที่เป็นต้นเหตุของความรุนแรง ความขัดแย้ง และนำไปสู่สงคราม เราไม่สามารถใช้ปืนหรือระเบิดจัดการกับความเห็นผิด มีแต่เพียงการรับฟังอย่างลึกซึ้งด้วยความกรุณาเท่านั้น

และพระติช นัท ฮันห์ได้แนะนำแนวทางแก้ปัญหาการก่อการร้าย โดยเสนอว่าทุกฝ่ายควรเจรจากันด้วยศานติ มีการฟังซึ่งกันและกันอย่างลึกซึ้ง ถึงปัญหาและความทุกข์ของแต่ละฝ่าย โดยปราศจากการตำหนิติเตียน และการประณามกัน ซึ่งถ้าทำเช่นนี้ได้ การเจรจาก็จะง่ายขึ้น

ดังนั้นแสดงให้เห็นว่าความขัดแย้งนั้นเกิดความความเห็นผิด ซึ่งก็เป็นไปตามคำสอนของพระพุทธเจ้านั้นก็คือ "อวิชชา" หรือโมหะ เพราะมี "อวิชชา" จึงส่งผลให้เกิดสภาวธรรมต่างๆตามมาอีก 11 ประการมีตัณหา ทุกข์เป็นต้น หากไม่ต้องการดับตัณหาหมดทุกข์ หมดความขัดแย้งก็ต้องสร้าง "วิชชา" หรือ "ปัญญา" หรือสัมมาทิฏฐิ หากไม่มีสัมมาทิฏฐิแล้วความขัดแย้งจะหมดไปได้อย่างไร

อนุโทนาบุญกับคุณบล็อกเกอร์อรุโณทัยที่เข้าใจว่าเป็นคนแปลและ@sunny_pearl ที่ทำหน้าที่เผยแพร่ต่อ ขอขอบคุณ“โอปราห์ วินฟรีย์”และพระติช นัท ฮันห์ ที่ได้สร้างผลงานดีๆเช่นนี้ พร้อมกันนี้ขอชมผู้แปลที่ได้มีตัวเลขอ้างอิงเพื่อขยายข้อความให้ผู้อ่านได้เข้าใจมากยิ่งขึ้น สมกับเป็นบทความทางวิชาการโดยแท้

สำราญ สมพงษ์ รายงานวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ.2553


Research Papers





เหรียญ9ยอด90ปี หลวงพ่อพูลวัดไผ่ล้อม

เหรียญหลวงปู่ทวดสก.ปี2547เนื้อชุบทอง


กำไลไฮโซสแตนเลสฝังมุกลายสวยหลายแบบ


ภาษาอังกฤษ หน้าแรก เศรษฐกิจพอเพียง ธรรมะพอเพียง การเมือง บันเทิง กีฬา ท้องถิ่น ทำมาหากิน มหาเนชั่นบล็อก

copyright<#>off_38@hotmail.com<#>