MHANATION.NET


Google
 
ภาษาอังกฤษ หน้าแรก เศรษฐกิจพอเพียง ธรรมะพอเพียง การเมือง บันเทิง กีฬา ท้องถิ่น ทำมาหากิน มหาเนชั่นบล็อก

สินไซเปิดซีเกมส์ลาวสะท้อนวัฒนธรรม2ฝั่งโขง


แม้นว่าจะปิดฉากไปแล้วสำหรับการแข่งขันซีเกมส์ ครั้งที่ 25 ที่ประเทศลาวเป็นเจ้าภาพภายใต้ชื่อ “เวียงจันทน์เกมส์” อย่างยิ่งใหญ่ตระการตา และเรียบง่ายสะท้อนความเป็นลาวได้อย่างชัดเจน แต่ภาพ "พุดอำไพ เทียมพะสอน" นักกีฬายิงธนู ทีมชาติลาว ในร่างของ "สินไซ" ตามนิทานพื้นบ้าน แผลงศรหรือยิงธนูไฟจุดคบเพลิงก็ยังติดตาอยู่มิรู้เลือนส่งผลให้สืบค้นความเป็นมา

แม้นว่าจะเป็นลูกอีสานแต่เพราะเป็นลูกครึ่งแกวพลัดถิ่นเพียงแค่พูดลาวได้ก็ถือว่าดีมากแล้ว ส่วนการจะได้เรียนรู้วัฒนธรรมของคนอีสานด้วยนั้นโอกาสชั่งน้อยมาก ด้วยเหตุนี้เองเมื่อได้มีหน้าที่ในการมอร์นิเตอร์การแข่งขัน “เวียงจันทน์เกมส์” ย่อมทราบดีว่าจุดของการจุดกระถางคบเพลิงย่อมเป็นไฮไลท์สำคัญ

เมื่อได้ยินคำว่า "สินไซ" พร้อมทั้งภาพก็ย่อมทราบว่านี้คือ "ไฮไลท์" แต่ถึงกระนั้นก็มีความสับสนของคำ โดยนึกว่าคงใช้คำว่า "สินชัย" เพราะได้ยินคำว่า "สังข์ศิลป์ชัย" มาบ้าง แต่เมื่อค้นข้อมูลจึงทราบว่าคำที่ใช้คือ "สินไซ" เช่นเดียวกับคำว่า "เวียงจันทน์เกมส์” ก็ยังมีการเขียนผิดเป็น “เวียงจันทร์เกมส์” เสียเป็นส่วนมาก ทั้งก็เป็นเพราะไม่รู้วัฒนธรรมความเป็นมานี่เอง

ด้วยเหตุผลนี้เองจึงได้หาข้อมูลทั้งประวัติศาตร์ลาวและคำว่า "สินไซ" ทำให้ทราบว่า"วรรณกรรมสินไซ" เป็นวรรณกรรมพื้นบ้านของไทยอีสานและลาวมาช้านาน โดยไทยจะเขียนว่า "สังข์ศิลป์ชัย" ขณะที่ลาวเขียนว่า "สังสินไซ"

"วรรณกรรมสินไซ" มีอิทธิพลคุมพื้นที่ภาคอีสานและลาวดังจะเห็นได้จากภาพจิตรกรรมฝาผนังหรือ "ฮูปแต้ม" ปรากฏที่สิมวัดสนวนวารีพัฒนาราม บ้านไผ่ อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น และวัดไชยศรี บ้านสาวะถี ต.สาวะถี อ.เมือง จ.ขอนแก่น วาดโดยนายทอง ทิพย์ชา ชาวอำเภอบรบือ จ.มหาสารคาม

นอกจากนี้ยังมีการสืบทอดด้วย “หนังบักตื้อ” หรือ ”หนังตะลุงลาว” หรือเรียกว่า "ประโมทัย" มีเยาวชนโรงเรียนดงบังพิสัยนวการนุสรณ์ ต.ดงบัง อ.นาดูน จ.มหาสารคาม ทำหน้าที่นี้อยู่ พ่อครูบุญลี พลคำมาก วัย 61 ปี หรือพ่อครูของเด็กๆ เล่าว่า ได้รับการถ่ายทอดการแสดงหนังบักตื้อมาจากบิดาตั้งแต่ยังเด็ก ได้ฝึกร้อง รำและทำตัวหุ่น จึงมีความผูกพันกับหนังตะลุงลาวเป็นอย่างยิ่ง กระทั่งพอเติบใหญ่ก็ตั้งคณะการแสดงของตนในชื่อว่า คณะส.สำลี เล่นได้ 20 ปีบิดาเสียชีวิต จึงเลิกเล่น และนำเอาวิชามาสอนลูกหลานแทน

ทุกวันนี้ก็ยังสืบทอดไม่ใช้สูญอย่างเช่นการนำคำว่า "สินไซ" ได้นำมาใช้เป็นชื่อการแข่งขันกีฬาท้องถิ่นระดับภาคตะวันออกเฉียงเหนือคือ “สินไซเกมส์” โดยมีเทศบาลนครขอนแก่นเป็นแม่งาน มีการประกวดคำกลอนที่เนื้อหาประกอบ ‘หลักธรรม คำสอน คติเตือนใจ สุนทรียภาพ ใน “สินไซ” วรรณกรรมสองฝั่งโขง” ระดับการศึกษาต่างๆในพื้นที่ภาคอีสาน

พร้อมกันนี้สถานการศึกษาพื่นที่ภาคอีสานภายใต้การนำของ มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้จัดกรรมเกี่ยวกับ"สินไซ" โดยจะมีการจัดงาน "โครงการเทศกาลศิลปวัฒนธรรมเชิงสร้างสรรค์ระดับจังหวัด สร้างสรรค์บานตะไท" ในกลุ่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือทั้ง 19 จังหวัด ครั้งที่ 2 ในส่วนของ จ.ขอนแก่น โดยให้มีเนื้อหาคอบคุม ออนซอน-สินไซ ขอนแก่น แคน ลำ ซึ่งเป็นการผสานศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน ทั้งวรรณกรรมพื้นบ้านเรื่องสินไซ และเสียงลำ เสียงแคน ระหว่างวันที่ 30-31 มกราคม 2553 เรื่อยไปจนถึงสิ้นเดือนมีนาคม 2553

"วรรณกรรมสินไซ" มีการเขียนพิมพ์เป็นหนังสือนั้นตามข้อมูลจากวิกิพีเดียนั้นถือว่าเป็นวรรณคดีขั้นสุดยอดของลาวอีกเล่มหนึ่ง มหาสิลา วีระวงส์ เป็นผู้รวบรวมแก้ไขงและพิมพ์ขึ้นครั้งแรกในประเทศลาวเมื่อปี พ.ศ. 2492 หนังสือเล่นนี้ได้มีการพิมพ์ต่อมาอีกหลายครั้งจนถึงทุกวันนี้

"วรรณกรรมสินไซ" ของเดิมเป็นหนังสือเทศน์ลำ เรียกว่า ลำสังข์ศิลป์ชัย หรือ ศิลป์ชัยชาดก เป็นใบลานจารึกด้วยอักษรธรรม มีอยู่ทั้งสิ้น 21 ผูก ส่วนที่เขียนเป็นคำกลอน คือ ท้าวปางคำ ราว พ.ศ. 2192 มีผู้คัดลอกเขียนใส่ใบลานต่อ ๆ มา มีการพิมพ์ทั้ง ภาษาลาวและภาษาไทยอย่างกว้างขวาง มหาสิลาสันนิษฐานว่า ท้าวปางคำน่าจะเป็นเชื้อพระวงศ์ที่ไปครองเมืองหนองบัวลำภู

ขณะที่ฝั่งไทยมีการเรียบเรียงพิมพ์เป็นหนังสือโดย สำรวย เย็นเฉื่อย เมื่อปี 2545 โอกาสที่ได้ทำโครงการฮีกฮูปแต้มอีสานขึ้น เพื่อปลูกจิตสำนึกของชุมชนให้รักษ์และหวงแหนฮูปแต้มอีสาน (จิตรกรรมฝาผนัง) ซึ่งเป็นมรดกของชุมชนเอาไว้เมื่อปี 2544 โดยมีกลุ่มเป้าหมายหลักคือเด็กๆ และเยาวชน ต่อมาครูและผู้นำชุมชนได้ทำหลักสูตรท้องถิ่นขึ้น จึงได้นำ สินไซ นิทานพื้นบ้านที่ปรากฏในจิตรกรรมฝาผนังวัดมาเขียนขึ้นใหม่ เป็นภาษาอีสานที่เข้าใจง่ายและสนุก เพราะตัวละครเอกคือ สินไซ ผจญภัยมากมาย

เมื่อได้อ่านเนื้อเรื่อง "สินไซ "ทำให้มีความรู้สึกว่านี้เป็นการรวมมิตรนิทานพื้นบ้านเอาไว้ในเรื่องเดียวกันหรือไม่ เพราะว่าตัวละครก็ดูคุ้นอย่างเช่นนางสุมณฑาน้องสาวของพระยากุศราชหรือนางจันทาของมเหสีเอกของพระยากุศราชหรือแม้นแต่สังข์ทอง ทำให้เห็นภาพนิทานพื้นบ้านเรื่อง สังข์ทอง นางสิบสอง สิงหไตรภพ หรือแม้นแต่เรื่องรามเกียรติ์ก็เจืออยู่บ้าง

ทั้งนี้ "บัญชา เกียรติจรุงพันธ์" อาจารย์คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้สันนิษฐานว่า สินไซ อาจจะเป็นเรื่องที่แต่งโดยนำแนวคิดมาจาก ปัญญาสชาดก ซึ่งเป็นชาดกนอกนิบาติ (ชาดกนอกพระไตรปิฎก) ขณะเดียวกันยังสามารถอธิบายตามนัยยะทางธรรมได้ด้วย ทำให้ตาสว่างและเข้าใจว่าจำเป็นต้องศึกษารากเหง้าของนิทานพื้นบ้านไทย-ลาว ถึงจะทำให้สามารถมองได้ทะลุทั้งอดีตและปัจจุบันได้อย่างชัดเจนและทำให้ได้รู้กำพืดตัวเองเป็นมาอย่างไร ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องขอบคุณ “เวียงจันทน์เกมส์”



Research Papers





เหรียญ9ยอด90ปี หลวงพ่อพูลวัดไผ่ล้อม

เหรียญหลวงปู่ทวดสก.ปี2547เนื้อชุบทอง


กำไลไฮโซสแตนเลสฝังมุกลายสวยหลายแบบ



ภาษาอังกฤษ หน้าแรก เศรษฐกิจพอเพียง ธรรมะพอเพียง การเมือง บันเทิง กีฬา ท้องถิ่น ทำมาหากิน มหาเนชั่นบล็อก

copyright<#>off_38@hotmail.com<#>