MHANATION.NET


Google
 
ภาษาอังกฤษ หน้าแรก เศรษฐกิจพอเพียง ธรรมะพอเพียง การเมือง บันเทิง กีฬา ท้องถิ่น ทำมาหากิน มหาเนชั่นบล็อก

ปริศนาธรรมวันอาฬหบูชาเข้าพรรษาคือความปรองดอง

วันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ.2553 เป็นวันอาฬหบูชาเวียนมาอีกวาระหนึ่ง ก็ได้พาครอบครัวและญาติๆไปทำบุญถวายเทียนใกล้บ้านตามนโยบายของรัฐบาล

การทำบุญก็คงเหมือนกับทุกๆปีนั้นก็คือ การรับศีล ฟังพระเจริญพระพุทธมนต์บทถวายพรพระคือบทสรรเสริญพระพุทธพระธรรมและพระสงฆ์ บทพาหุงคือพุทธวิธีในการบารมาร และก็ถวายสังฆทาน เมื่อพระฉันเสร็จแล้วก็ให้พร หลังจากนั้นผู้ไปทำบุญก็รับประทานอาหารร่วมกันตามอัธยาศรัย ก็ได้มีโอกาสได้ชิมฝีมือเพื่อนบ้าน ก็ถือว่าเป็นการแบ่งปันกันกินวิธีหนึ่ง ถ้าสังคมไทยมีการแบ่งกันกินกันแบบนี้ทุกวันก็คงจะมีความสุขไม่น้อย ก็เกิดความคิดว่าฝรั่งเขามีการแบ่งกันกินแบบนี้หรือไม่

และช่วงเย็นก็เป็นการเวียนเทียนรอบพระอุโบสถ พระเจริญพระพุทธมนต์และก็มีการเทศน์ถึงความสำคัญของวันอาฬหบูชาคือเป็นวันที่พระพุทธเจ้าประกาศพระศาสนาและพระรัตนไตยเกิดขึ้นในโลกเป็นครั้งแรก

หลังจากชาวพุทธไปทำบุญตามวัดต่างๆแล้วกลับมาบ้าน คนที่เคยใส่เสื้อสีอะไรหรือมีฐานความคิดอย่างไรก็ยังคงเป็นอยู่อย่างนั้น แถบจะมองไม่ออกว่าความปรองดองจะเกิดขึ้นในสังคมไทยได้อย่างไร แล้วทำไมเราถึงไม่เปลี่ยนความคิดเดิมบ้าง ปัญหาเป็นเพราะอะไร ทั้งๆที่เราก็คือทำบุญครบแล้วทั้งการให้ทาน รักษาศีล และเจริญภาวนาบ้างช่วงที่ฟังพระเจริญพระพุทธมนต์ มาลองพิจารณากันดู

การให้ทานหรือทานมัยนั้นคงไม่มีปัญหาสำหรับชาวพุทธไทยเพราะมีการทำบุญกันเป็นประจำอยู่แล้ว มาที่การรักษาศีลบางคนก็รักษาได้ทั้ง 5 ข้อ บางคนรักษาได้เป็นบางข้อ บางคนเมื่อสมาทานศีลเสร็จแล้วก็ถวายคือพระไป เคยเบียดเบียนคืนอื่นอย่างไรก็เบียดเบียนอยู่อย่างนั้นไม่เคยคิดที่จะเมตตาต่อคนไทยด้วยกัน

มาที่ภาวนามัยการทำจิตใจให้สงบทำจิตใจให้เป็นสมาธิแล้วจะได้เกิดปัญญาหรือมีความเห็นที่ถูกต้องเป็นสัมมาทิฏฐิ ความคิดที่ถูกต้องเป็นสัมมาสังกัปปะ ดูค่อนข้างจะห่างไกลมากสำหรับคนไทยส่วนใหญ่ เพราะคิดว่าการให้ทานรักษาศีลบ้างก็น่าจะเพียงพอแล้ว

ทีนี้มาพิจาาณการทำบุญที่ละเอียดไปมากกว่านี้นั้นก็คือ บุญกิริยาวัตถุ 10 ประการอันประกอบด้วย ทานมัย บุญที่สำเร็จด้วยการบริจาคทาน สีลมัย บุญที่สำเร็จด้วยการรักษาศีล ภาวนามัย บุญที่สำเร็จด้วยการเจริญภาวนา ตามที่ได้กล่าวแล้วนั้น

อปจายนมัย บุญที่สำเร็จด้วยการแสดงตนเป็นคนอ่อนน้อม ไวยยาวัจจมัย บุญที่สำเร็จด้วยการขวานขวายช่วยในกิจการที่ชอบคือชอบช่วยเหลือคนอื่น ปัตติทานมัย บุญที่สำเร็จด้วยการให้ส่วนบุญ ปัตตานุโมทนามัย บุญที่สำเร็จด้วยการอนุโมทนาส่วนบุญ ธัมมสวนมัย บุญที่สำเร็จด้วยการฟังพระสัทธรรม ธัมมเทสนามัย บุญที่สำเร็จด้วยการแสดงพระธรรมเทศนา(คิดว่าเป็นฆราวาสก็สามารถแนะนำธรรมได้)บุญเหล่านี้มีความหมายที่ชัดเจนอยู่ในตัวแล้ว

และข้อสุดท้ายคือ ทิฏฐุชุกรรม การกระทำความรู้ความเห็นแห่งตนให้ตรง นั้นก็คือทำความเห็นที่ถูกต้องเป็นสัมมาทิฏฐิ และทำความคิดที่ถูกต้องเป็นสัมมาสังกัปปะนั้นเอง

บุญกิริยาวัตถุ 10 ประการนี้พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่าบุญข้อสุดท้ายคือ ทิฏฐุชุกรรม เป็นบุญที่สำคัญมากบุญทั้งมวล ก็ลองพิจารณาดูก็แล้วกันว่าชาวพุทธไทยเน้นการทำบุญข้อใดเป็นพิเศษ แล้วการทำความรู้ความเห็นแห่งตนให้ตรงนั้นได้อย่างไร

หลักการของการทำความเห็นให้ตรงนั้นวันอาฬหบูชานั้นพระพุทธองค์ก็ได้แสดงไว้ตั้งแต่การเทศน์ครั้งแรกแล้วนั้นก็คือ ไม่ดำเนินชีวิตที่เอียงสุด 2 อย่าง หรืออย่างหนึ่งอย่างใด คือ การหมกมุ่นในความสุขทางกาย มัวเมาในรูป รส กลิ่น เสียง รวมความเรียกว่าเป็นการหลงเพลิดเพลินหมกมุ่นในกามสุข หรือกามสุขัลลิกานุโยค การสร้างความลำบากแก่ตน ดำเนินชีวิตอย่างเลื่อนลอย เช่น บำเพ็ญตบะการทรมานตน คอยพึ่งอำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เป็นต้น ซึ่งการดำเนินชีวิตแบบที่ก่อความทุกข์ให้ตนเหนื่อยแรงกาย แรงสมอง แรงความคิด รวมเรียกว่า อัตตกิลมถานุโยค

ควรดำเนินชีวิตตามหลักมัชฌิมาปฏิปทา หรือทางสายกลาง เป็นข้อปฏิบัติที่เป็นกลางๆ ถูกต้องและเหมาะสมที่จะให้บรรลุถึงจุดหมายได้ โดยมีหลักปฏิบัติเป็นองค์ประกอบ 8 ประการ เริ่มตั้งแต่สัมมาทิฏฐิไปจนถึงสัมมาสมาธิ ตั้งจิตมั่นชอบ คือ คุมจิตให้แน่วแน่มั่นคงไม่ฟุ้งซ่าน เพื่อที่จะทำให้เราเกิดปัญญาเห็นความจริงคอันประเสริฐของอริยะคือ อริยสัจ 4 คือแปลว่า ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค

หากจะพิจารณาตามแนวทางทางการเมืองหรือหลักอธิปไตย 3 ประการคือ 1.อัตตาธิปไตย คือความคิดเห็นของตนเป็นสำคัญ ไม่มีธรรมกำกับก็เป็นเผด็จการเข้าได้กับ อัตตกิลมถานุโยค 2. โลกาธิปไตยหรือประชาธิปไตยคือถือเสียงข้างมากเป็นสำคัญหากไม่มีธรรมกำกับก็ไม่ต่างอะไรกับ อัตตาธิปไตย เข้ากันได้กับ กามสุขัลลิกานุโยค

3.การปกครองหรือความคิดทางการเมืองที่ถูกต้องควรตั้งอยู่ใน ธัมมาธิปไตย คือความไม่เห็นแก่ตัว เห็นประโยชน์ของส่วนรวมเป็นสำคัญ ชาวพุทธไทยไปทำบุญวันอาฬหบูชาและมีความคิดที่ถูกต้องเช่นนี้อย่างต่อเนื่องก็เชื่อแน่ว่าจะทำให้สังคมไทยเกิดความปรองดองได้ เพราะพระพุทธได้ตรัสหลักของการปรองดองที่ถูกต้องไว้แล้วตั้งแต่ต้น

ก็อยู่ที่ว่าชาวพุทธไทยจะนำพาหรือไม่ หรือจะยังคงยึดหลักกูหรืออัตตาธิปไตย พวกมากลากไปเป็นประชาธิปไตยไร้ธรรมเป็นประชาธิปไตยของคนเห็นแก่ตัวอยู่ ก็ไม่อยากคิดว่าอนาคตประเทศไทยจะเป็นอย่างไร แล้วจะต้องทำคลิปโฆษณาประเทศไทยกันอีกสักกี่ครั้ง ถ้าไม่คิดแก้ปัญหากันที่ต้นเหตุ

สำราญ สมพงษ์ รายงานวันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ.2553


Research Papers






กำไลไฮโซสแตนเลสฝังมุกลายสวยหลายแบบ


ภาษาอังกฤษ หน้าแรก เศรษฐกิจพอเพียง ธรรมะพอเพียง การเมือง บันเทิง กีฬา ท้องถิ่น ทำมาหากิน มหาเนชั่นบล็อก

copyright<#>off_38@hotmail.com<#>