|
คาราโอเกะกลางวันกลางห้างสถานสังสรรค์คนวัยดึก
เสียงเพลงที่ได้ยินตามคลิปนี้เป็นเสียงเพลงจากร้านสหกรณ์กรุงเทพจำกัดและเจ.แอนด์.พีคาราโอเกะ ซึ่งตั้งอยู่ชั้นสองของร้านสหกรณ์กรุงเทพจำกัดสาขาบางลำพู กทม.แม้นเพลงและผู้ร้องจะเป็นคนวัยกลางคนแล้วและไม่ค่อยมีคนฟังเพราะว่าเป็นช่วงใกล้จะปิดร้านแล้ว
แต่ถ้าหากเป็นช่วงใกล้เที่ยงผู้ที่เข้ามาจับจ่ายซื้อของที่ร้านสหกรณ์กรุงเทพจำกัดจะได้ยินเสียงเพลงไทยสากลรุ่นเก่าๆ ไม่ว่าจะเป็นสุนทราภรณ์ สุเทพ วงศ์กำแห่ง ทูล ทองใจ เพราะผู้ที่เข้ามาหาความสำราญผ่อนคลาย ณ คาราโอเกะแห่งนี้จะเป็นคนวัยเกษียณ ที่ออกมาจากบ้านเพื่อมาสังสรรค์กับเพื่อนๆคลายเหงา
ร้านสหกรณ์กรุงเทพจำกัดและเจ.แอนด์.พีคาราโอเกะแห่งนี้เปิดมาได้ 2 เดือนกว่าแล้ว โดยเปิดบริการตั้แต่เวลา 9.00-18.00น.ทุกวันไม่ม่วันหยุด โดยผู้ที่ต้อการร้องเพลงก็จะจ่ายให้กับผู้ให้บริการหากเป็นเพลงไทยเพลงละ 10 บาท หากเป็นเพลงจีนจะเพิ่มเป็น 15 บาท ถามผู้ให้บริการก็ได้รับคำตอบว่าจะมีรายได้เฉเลี่ย 500-800 บาท หากวันใดมีรายได้ 500 บาทถือว่าเท่าทุนหากมากกว่านี้ถือว่ากำไร
ก่อนหน้านี้คนวัยเกษียณมักจะมาสังสรรค์เพราะร้องเพลงผ่อนคลายที่ชั้นสามห้างบางลำพู แต่ปัจจุบันนี้ผู้ให้บริการแห่งนี้ได้ย้ายไปที่ห้างโรบินสันศรีย่าน จึงทำให้มีการเปิดร้านสหกรณ์กรุงเทพจำกัดและเจ.แอนด์.พีคาราโอเกะขึ้น เพื่อรองรับคนวัยเกษียณที่เคยมาเที่ยวย่านบางลำพู ราชดำเนิน สนามหลวง ท่าพระจันทร์ ตอนกลางวัน
ปัจจุบันนี้ร้านคาราโอเกะภาคกลางวันได้เปิดให้บริการตามห้างต่างๆอย่างเช่นที่ พาต้า ร้านฉัตร์โพธิ์ใกล้รพ.วชิรพยาบาล ร้านอาหารไร้ส้มสวนอ้อย ซึ่งกระทรวงวัฒนธรรมได้แจ้งตัวเลข ณ วันที่ 3 ก.ค.2552 ในเขตกรุงเทพฯ 3,000 ร้าน ส่วนภูมิภาค 15,000 ร้าน ซึ่งเป็นตัวเลขรวมทั้งภาคกลางวันและกลางคืน โดยออกใบอนุญาตเฉพาะร้านคาราโอเกะตามห้างสรรพสินค้า ตู้คาราโอเกะหยอดเหรียญเท่านั้น ที่สำคัญจะต้องไม่มีสาวนั่งดริ้ง จำหน่ายเหล้า บุหรี่โดยเด็ดขาด
จากการที่ได้เข้าไปสัมผัสร้านคาราโอเกะภาคกลางวันทำให้รู้สึกว่าได้เห็นคนวัยเกษียณหรือวัยดึกผ่อนคลาย มีชีวิตชีวา จะบอกว่าคนวัยเกษียณควรจะเข้าวัดเข้าวาได้แล้วก็ดูจะเป็นการบังคัญมากไป จะให้อยู่บ้านเลี้ยงหลานก็ดูจะเป็นการโยนภาระให้คนชรา มีสถานที่สังสรรค์กับเพื่อนฝูงบ้างทำให้มีชีวิตชีวาไม่น้อย
สำราญ สมพงษ์รายงาน วันที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2553
|